
แห่ร่วมทำบุญใหญ่ศพทารกแท้ง
ประชาชนจำนวนมาร่วมทำบุญใหญ่ทารกแท้ง 2,002 ศพ ที่วัดไผ่เงินคึกคัก! "องอาจ" ประสานวัดทั่วประเทศตรวจสอบซุกซากทารกหรือไม่
ประชาชนจำนวนมาร่วมทำบุญใหญ่ทารกแท้ง 2,002 ศพ ที่วัดไผ่เงินคึกคัก! "องอาจ" ประสานวัดทั่วประเทศตรวจสอบซุกซากทารกหรือไม่
บรรยากาศการทำบุญใหญ่ให้ทารก 2,002 ศพ ที่วัดไผ่เงิน โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระพรหมเมธี เจ้าคณะภาค 8 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ได้ร่วมพิธีด้วย
โดยในพิธี ได้มีการสวดอภิธรรมและสวดทักษิณานุประทาน หลังเสร็จพิธีสงฆ์ นายองอาจ พร้อมด้วยม.ร.ว.สุขุมพันธ์ได้ไปเคารพศพทารก 2,002 ศพที่โกดังเก็บศพ
สำหรับการทำบุญใหญ่ในวันนี้ ได้มีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลมาร่วมทำบุญ และถวายสังฆทาน ซึ่งประกอบด้วยเสื้อผ้าเด็กและของเล่นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีใบสวดอนุโมทนาให้กับศพทารกโดยการจัดงานดังกล่าวได้มี นายลักษณ์ เลขานิเทศ หมอดูฟันธง โหรชื่อดังรับเป็นเจ้าภาพด้วยการเตรียมเครื่องบวงสรวงบูชาในการประกอบพิธีกรรม และเป็นเจ้าภาพหล่อพระพุทธรูป เนื่องจากการหล่อพระพุทธรูปดังกล่าวได้มาจากแผ่นทองแดงที่มีประชาชนมาร่วมทำบุญ สลักชื่อลงไปเพื่อขออนุโมทนาและขออโหสิกรรมเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับศพทารก
นายองอาจ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเด็กทารกซึ่งมีประชาชนมาร่วมทำบุญเป็นจำนวนมาก ส่วนของการทำพิธีเผาศพนั้น ยังไม่ได้ทำการใดๆ เพราะต้องรอให้สถาบันนิติเวชมาตรวจพิสูจน์ศพทารกก่อน คาดว่าน่าจะใช้เวลาพอสมควร และตนได้หารือกับสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้ประสานงานไปยังวัดต่างๆทั่วประเทศเพื่อให้ตรวจสอบว่าภายในวัดมีซากศพเด็กทารกหรือไม่เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาต่อไป
ในส่วนของการปรับปรุงพื้นที่เก็บศพนั้น ได้มีการประสานกับผู้ว่าฯกทม.ให้ดำเนินการประสานกับเขตบางคอแหลมและประชาชนในพื้นที่ว่าจะดำเนินการอย่างไร ในเบื้องต้นวัดไผ่เงินมีความประสงค์จะรื้อสถานเก็บศพออก แต่ติดขัดเพราะยังมีศพที่บรรดาญาติโยมได้นำมาเก็บไว้เป็นระยะเวลานานแล้วแต่ยังไม่ได้นำไปฌาปนกิจ ซึ่งทางวัดจะประสานให้ญาติโยมนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ส่วนข้อเสนอที่จะปรับปรุงพื้นที่นี้ให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเสียชีวิตของทารกและทำเป็นรูปปั้นเพื่อให้ประชาชนมากราบไหว้นั้นคงให้ทางวัดดำเนินการการหารือกับประชาชนในพื้นที่
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า กทม.ได้สั่งการให้สำนักการศึกษาและสำนักอนามัย ช่วยกันรณรงค์โรงเรียนในสังกัดกทม.จำนวน 436 โรง ให้ความรู้แก่นักเรียนในสังกัดเรื่องเพศศึกษา การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การป้องกันตนเองในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนกฎหมายทำแท้งนั้นถือเป็นเรื่องระดับชาติที่ต้องให้รัฐบาลดำเนินการ ส่วนกทม.ทำหน้าที่เพียงรณรงค์ในเรื่องดังกล่าวเพื่อป้องกันเท่านั้น







