
แก้รธน.วุ่นไม่เลิก!
สภาฯยังป่วนไม่เลิก เพื่อไทยด่าควายระหว่างพักประชุม ภท.ต้องพา ปิยะรัช งูเห่าเพื่อไทยออกห้องประชุม ส.ว.สุดทน อัดรัฐบาล ไม่สง่างามตั้งกมธ.แค่ 24 คนแก้รธน.
สภาฯยังป่วนไม่เลิก เพื่อไทยด่าควายระหว่างพักประชุม ภท.ต้องพา ปิยะรัช งูเห่าเพื่อไทยออกห้องประชุม ส.ว.สุดทน อัดรัฐบาล ไม่สง่างามตั้งกมธ.แค่ 24 คนแก้รธน.
การประชุมรัฐสภาภายหลังจากการลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93-98 เกี่ยวกับระบบเขตเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 330ต่อ 156 เสียง งดออกเสียง 34 เสียง แล้ว ยังคงเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายอยู่ หลังจากนายปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นส.ส.ที่ได้ไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยได้เสนอส.ส.พรรคเพื่อไทย 7 คนที่ได้ทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทยเช่นกันเป็นคณะกรรมาธิการ่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา93-98 จนทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ต้องสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 10 นาที
โดยระหว่างการพักประชุมนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยได้ตะโกนลั่นห้องประชุมว่า "หากทำอย่างนี้เป็นเผด็จการรัฐสภา อยู่กันไม่ได้แล้ว ยุบสภาไปเลย "พร้อมเดินออกจากห้องประชุมทันที ขณะ ที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเห็นนายปิยะรัชซึ่งเป็นผู้เสนอรายชื่อ กรรมาธิการในนามพรรคเพื่อไทย อยู่ท่ามกลางส.ส.พรรคภูมิใจไทยก็เกิดอาการหมั่นไส้ โดยนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ตะโกนด่า ว่า "ไอ้ควาย... มึงเดินออกไปทำไม ไหนบอกว่าเป็นส.ส.เพื่อไทย แต่มึงเดินออกจากคอกพรรคภูมิใจไทย "
ส่งผลให้ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยป้องกันตัวนายปิยะรัชออกจากห้องประชุม ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวก็อย่างอารมณ์เสียเช่นกันว่า "สภาฯควาย ต่อยแม่งเลย.." นอกจากนั้นได้ถอดรองเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ พร้อมกล่าวว่า "กูจะถอดรองเท้าเขวี้ยงหน้าแม่ง...เลย" พูดเสร็จก็สวมรองเท้ากลับตามเดิม ขณะที่ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยก็พยายามกันนายปิยะรัชออกจากห้องประชุมเช่นกัน
ทั้งนี้หลังจากเปิดประชุมขึ้นอีกครั้งในเวลา 18.35 น. นายกิตติ สมทรัพย์ ส.ส.ร้อยเอ็ด ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นกรรมาธิการสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเสนอชื่อ ที่ผ่านมาได้ทำตามมติพรรคเพื่อไทยตลอด ตนปวดฟันจึงได้ปลีกไปถอนฟันแต่กลับถูกแอบอ้างชื่อเป็นกรรมาธิการฯยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็น และขอให้ดำเนินการกับนายปิยะรัชที่แอบอ้างชื่อตน
แต่นายชัยแย้งว่า ขณะนี้ขั้นตอนดำเนินการผ่านไปแล้ว สิ่งที่จะทำได้ก็คือลาออกจากกรรมาธิการเท่านั้น แต่นายกิตติยืนยันให้ประธานรัฐสภา ลงโทษนายปิยะรัชและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างเนื่องจาก เป็นการแอบอ้างทั้งที่ตนไม่รู้เรื่อง กลายเป็นว่าตนต้องกลายเป็นงูเห่า ทั้งที่ไม่เป็นความจริง
ขณะที่พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ได้ใช้สิทธิในฐานะสมาชิกรัฐสภา เสนอทางออกว่าเพื่อความสง่างามอยากให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมด 7 คนลาออกเพราะถือว่าไม่ใช่มติพรรค ทำให้นายชัย กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นขอรับผิดชอบให้นายปิยะณัชกลับมาถอนรายชื่อทั้งหมด ทำให้นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ยืนยันให้สภาฯตั้งกรรมการจริยธรรมขึ้นมาตรวจสอบนายปิยะรัชที่กระทำการแอบอ้างครั้งนี้
ขณะที่นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ แสดงความไม่พอใจที่การเสนอตั้งกรรมาธิการฯพิจารณาเรื่องสำคัญเพียงแค่ 24 คนเท่านั้นโดยแจ้งก่อนหน้าเพียงแค่ 2 ชั่วโมงให้ลดจำนวนคน ทำให้ดูเหมือนส.ว.ถูกหลอก เป็นไปได้อย่างไรกฎหมายสำคัญของประเทศจะใช้กรรมาธิการเพียงแค่ 24 คนพิจารณา ในที่สุดนายชัยกล่าวขอรับผิดชอบเรื่องนี้เอง และกล่าวว่า อาศัยข้อบังคับสภาฯ ตนจะให้นายปิยะรัชถอนตัวทั้งหมด ถือว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ถือว่าทั้ง 7 คนได้ลาออกจากกรรมาธิการไปแล้ว
อย่างไรก็ตามนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้แย้งว่าการถอนชื่อกับการลาออกจะส่งผลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการลาออกหมายถึงกรรมาธิการเดินต่อไปได้ แต่ข้อเท็จจริงขั้นตอนการเริ่มต้นมีปัญหา
ในที่สุดนายชัยได้ตัดบทว่าจะให้ทั้ง 7 คนลาออก หากใครสงสัยให้ดำเนินการฟ้องศาลรัฐธรรมนูญได้ตามขั้นตอน
จากนั้น ที่ประชุมรัฐสภาได้ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่เกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างประเทศต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ด้วยคะแนนเสียงรับหลักการ 354 เสียง ไม่รับหลักการ 19 เสียง งดออกเสียง 17 เสียง ขณะที่ สส.พรรคเพื่อไทยได้วอล์คเอ้าท์ ออกจากที่ประชุม
ส่วนการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อแปรญัตติร่างแก้ไขรธน. ได้มีการเสนอให้ยกเว้นข้อบังคับบางข้อ โดยไม่แบ่งจำนวนสัดส่วนของพรรคการเมือง เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแบ่งเป็นสัดส่วนของสส.และสว.







