
รัฐจัดงานเฉลิมพระเกียรติยิ่งใหญ่
รัฐบาลจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่งใหญ่
รัฐบาลจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่งใหญ่
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติแห่งการบรมราชาภิเษกปีที่ ๖๐ และการเฉลิมพระชนมพรรษา กล่าวว่า รัฐบาลได้ดำเนินจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 ภายใต้ชื่องานแผ่นดินของเรา เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และรวมพลังความรัก ความสามัคคีของคนทั้งแผ่นดิน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ในระหว่างวันที่ 1-9 ธันวาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. ณ ลานพระราชวังดุสิต แนวถนนศรีอยุธยา และถนนราชดำเนินนอก ลานหน้าศาลฎีกา และบริเวณโรงพยาบาลศิริราช
การจัดงานในครั้งนี้ ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันจัดงานอย่างสมพระเกียรติ มีความเรียบง่าย โดยเน้นให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ซึ่งการดำเนินงานจัดงานเฉลิมพระเกียรติ มีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การลงนามถวายพระพรในสถานที่พระราชฐาน การพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 เวลา 19.29 น. พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งยังได้การจัดแสดงขบวนเรือประดับไฟเฉลิมพระเกียรติ และการจัดงานศาสนาพิธีเฉลิมพระเกียรติ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า รัฐบาลโดยคณะกรรมการอำนวยการงานเฉลิมพระเกียรติแห่งการบรมราชาภิเษกปีที่ 60 และการเฉลิมพระชนมพรรษา ได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ชื่อ “แผ่นดินของเรา” ซึ่งมีแนวคิดมาจาก ความหลากหลายของเชื้อชาติและวัฒนธรรม ความงดงามร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติ ความงดงามร่ำรวยของศิลปวัฒนธรรม ความสงบสุข มีอิสรภาพและสันติภาพ ความสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ และการเทิดทูนสถาบัน โดยมีรูปแบบและแนวคิดในการจัดงานเปลี่ยนไปในแต่ละวัน คือ วันที่ 1 ธันวาคม “แผ่นดินของเรา” วันที่ 2 ธันวาคม “ทูลละอองฉลองพระองค์” วันที่ 3 ธันวาคม “รวมกมลถวายพระพร” วันที่ 4 ธันวาคม “มิ่งขวัญทวยนาคร” วันที่ 5 ธันวาคม “ถวายบังคมบรมราชา” วันที่ 6 ธันวาคม “พระบารมีเกริกเกรียงไกร” วันที่ 7 ธันวาคม “รวมน้ำใจกตัญญุตา” วันที่ 8 ธันวาคม “พระก่อพระเกื้อหล้า” และวันที่ 9 ธันวาคม “พระชนมพรรษาสถาพร”
ในส่วนของกิจกรรมของกระทรวงวัฒนธรรมจะประกอบด้วย การออกแบบสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญอักษร พระปรมาภิไธย “ภปร.” ใช้เป็นสัญลักษณ์ของการจัดงาน
สำหรับการจัดพื้นที่และผังบริเวณ ได้จัดพื้นที่การจัดงาน บริเวณลานพระราชวังดุสิต ถนนศรีอยุธยาและถนน ราชดำเนินนอกโดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มกระทรวง บริเวณหน้าลานพระราชวังดุสิต (พระบรมรูปทรงม้า) เป็นพื้นที่การจัดงานของหน่วยงานภาครัฐ 20 กระทรวง
2. กลุ่มจังหวัด บริเวณถนนราชดำเนินนอกทั้ง 2 ฝั่ง เป็นพื้นที่การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มจังหวัด 18 จังหวัด โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่น 4 ภาค
3. กลุ่มรัฐวิสาหกิจและเอกชน บริเวณถนนศรีอยุธยาฝั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลและฝั่งสวนอัมพร จัดซุ้มเฉลิมพระเกียรติ
4. กลุ่ม 50 เขต ของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณถนนศรีอยุธยาฝั่งสหกรณ์กรุงเทพและฝั่งวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้า
นอกจากนี้ยังได้การจัดนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “วัฒนธรรมไทยใต้ร่มพระบารมี” โดยเน้นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านศิลปวัฒนธรรม และทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก รวมถึงการจัดกิจกรรมการแสดงเฉลิมพระเกียรติ ณ เวทีกลาง บริเวณลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ประกอบไปด้วย การแสดงชุดพิเศษในพิธีเปิดงาน พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร การแสดงของศิลปินแห่งชาติ การแสดงของศิลปินจากค่ายเพลงต่างๆ อาทิ แกรมมี่ อาร์เอส นักร้องจากเวทีอะคาร์เดมี่ แฟนตาเชีย การแสดงคอนเสิร์ตพระราชนิพนธ์ การแสดงคอนเสิร์ตวงสุนทราภรณ์ การแสดงคอนเสิร์ตลูกทุ่งไทย การแสดงดนตรีแจ๊ส การแสดงหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ การแสดงโขน การแสดงลิเก การแสดงจากกลุ่มชาติพันธุ์ การแสดงร่วมสมัย และการแสดงพื้นบ้าน 4 ภาค ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ด้านการจัดงานศาสนาพิธีเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 84 รูป ตามโครงการทำดี 9 เช้า 9 วัน 9 วัด ณ ลานพระราชวังดุสิต การอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติฯ 7,056 รูป พิธีทางศาสนามหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาของศาสนิกชน 5 ศาสนา นอกจากนี้ยังจัดการถวายพานพุ่มสักการะบริเวณพระบรมรูปทรงม้า และการจัดทำไปรษณีย์ถวายพระพร เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายพระพร โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า สำหรับในส่วนของการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติของกระทรวงวัฒนธรรมดำเนินงานภายใต้แนวคิด “วัฒนธรรมไทยใต้ร่มพระบารมี” โดยเน้นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านศิลปวัฒนธรรม และทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก โดยเนื้อหานิทรรศการและการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับพระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก จัดการสาธิตทางวัฒนธรรมโดยเขียนภาพเหมือน เขียนลายรดน้ำไทย องค์อัครศิลปิน และจิตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ “พระผู้ทรงงานอันยิ่งใหญ่”รวมถึงการฉายภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ
ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนปวงชนชาวได้ร่วมกันแสดงออกเพื่อแสดงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายนานัปการ นำมาซึ่งความเจริญและความผาสุกแก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วทั้งประเทศ ตลอดจนปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรู้รักสามัคคี และอยู่ร่วมกันโดยปรองดองและสมานฉันท์ ในวาระอันสำคัญยิ่งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1765







