
ร่างแก้รธน.ฉบับ102ส.ส.ร่วงอีกฉบับ
รัฐสภา คว่ำร่างรธน.ฉบับ 102 สส. ร่วงอีกฉบับตามฉบับหมอเหวง โหวตร่างของ ครม. ต่อ
รัฐสภา คว่ำร่างรธน.ฉบับ 102 สส. ร่วงอีกฉบับตามฉบับหมอเหวง โหวตร่างของ ครม. ต่อ
การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เริ่มขึ้น โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม โดยนายชัยได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงขั้นตอนการขานชื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเสนอให้สมาชิกลงมติทีละร่างในคราวเดียวกัน เริ่มจาก 1 ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 71,543 คนเป็นผู้เสนอ หรือ ของคปพร. 2.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมที่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 102 คนเป็นผู้เสนอ 3.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขมาตรา 93-98 ซึ่งครม.เป็นผู้เสนอ และ 4.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 ซึ่งครม.เป็นผู้เสนอ
ปรากฏว่าส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ทั้งนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แสดงความไม่เห็นด้วยโดยให้เหตุผลไม่เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติและอาจขัดข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภาในการลงมติร่างแก้ไขกฎหมาย แต่นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาล แย้งว่าในสมัยนายโภคิน พลกุล ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาก็เคยให้สมาชิกลงมติคราวเดียวกันทีละ 2 ฉบับมาแล้ว ขณะที่นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา แสดงความเห็นว่า ข้อเสนอของประธานรัฐสภาถูกครึ่งหนึ่ง แต่ต้องขอมติที่ประชุมว่าจะให้ลงมติแยกหรือรวม จากนั้นนายนิคมจึงเสนอให้รวมพิจารณาลงมติ ขณะที่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านเสนอให้ลงมติแยกทีละฉบับ
ทั้งนี้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า หากใช้เสียงข้างมากรัฐบาลก็ชนะอยู่ดี ดังนั้นจึงอยากให้เป็นดุลพินิจของประธานรัฐสภาที่จะพิจารณา ยืนยันว่าหากแยกการลงมติฝ่ายค้านก็จะไม่วอล์คเอาต์ออกจากห้องประชุมแน่นอน ทำให้นายชัย ประกาศว่าเมื่อร.ต.อ.เฉลิมรับปากเช่นนี้ก็พร้อมจะเสียเวลาในการลงมติรายฉบับ ขณะที่ผู้เสนอญัตติทั้งสองคนคือนายวิทยาและนายนิคมก็ยอมถอนการเสนอญัตติทันที จากนั้นที่ประชุมจึงเข้าสู่การลงคะแนนเสียงเป็นรายฉบับทันทีเริ่มจากร่างแก้ไขของภาคประชาชน
ในที่สุดนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ได้ขานคะแนนภายหลังโหวตลงมติสมาชิกรัฐสภาตามตัวอักษรโดยใช้เวลา 1.20 ชั่วโมงซึ่งที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการด้วยคะแนนเสียง 235 ต่อ 222 เสียง งดออกเสียง 123 คะแนน ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับคปพร.ซึ่งเป็นร่างฉบับที่ 1 นั้น พรรคเพื่อไทยได้รับเสียงสนับสนุนจากส.ส.พรรคประชาราชและสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนอาทิ นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ส.นนทบุรี นายนิคม ไวยรัชพานิช ส.ว.ฉะเชิงเทรา นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ นายนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ส.ว.มหาสารคาม นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ส.ว.สรรหา
นายวิทยา อินาลา ส.ว.นครพนม นายสมชาติ พรรณพัฒน์ ส.ว.นครปฐมนายสมพร จูมั่น ส.ว.เพชรบูรณ์ นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช พล.ท.สุจินดา สุทธิพงศ์ ส.ว.สรรหา นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ส.ว.ชลบุรี นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ส.ว.กาญจนบุรี นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ส.ว.สมุทรสาคร นายอนันต์ วรธิติพงศ์ ส.ว.สรรหา และส.ส.เพื่อแผ่นดินบางคนคือพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ส.ส.สัดส่วน
ขณะที่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอาทิ ชาติไทยพัฒนา รวมชาติพัฒนา กิจสังคม และภูมิใจไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน และนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา และนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯเกือบทั้งหมดงดออกเสียง จึงทำให้คะแนนเสียงรับและไม่หลักหลักการแตกต่างเพียงแค่ 13 เสียงเท่านั้น
คว่ำร่างแก้รธน.ฉบับ 102 สส. อีกฉบับ
ต่อมา สมาชิกรัฐสภาได้ลงมติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 102 คนเป็นผู้เสนอ โดยใช้วิธีขานชื่อสมาชิกรัฐสภา โดยมติเสียงข้างมากไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ102 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วยคะแนน 177 ต่อ 148 และงดออกเสียง 212 ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมชาติพัฒนา ต่างลงมติรับหลักการของร่างฉบับดังกล่าว โดยมี ส.ว.จำนวนถึง 45 คนได้ลงมติรับร่างด้วย ทำให้ได้เสียงถึง 148 เสียง ขณะที่ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงมติงดออกเสียงทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามมติของพรรค
ใน ส่วนของพรรคเพื่อไทย ปรากฎว่าได้มีแกนนำพรรค นั่งอยู่ร่วมลงมติ ไม่รับร่างฯ นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.ส่วนหนึ่ง ซึ่งมีเพียง นายนิยม วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี ลงมติงดออกเสียง ไม่เป็นไปตามมติพรรค ขณะ ที่ ส.ส.เพื่อไทย อีกส่วนหนึ่ง ได้เดินออกจากห้องประชุม ไม่ร่วมลงมติ เช่นนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา เป็นต้น
สำหรับ รายชื่อ 45 ส.ว.ที่ลงมติรับหลัการของร่างฉบับนี้ อาทิ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ส.ว.ชุมพร พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ส.ว.อ่างทอง นายจรัล จึงยิ่งรุ่งเรืองรุ่ง ส.ว.สระบุรี นายจตุรงค์ ธีระกนก ส.ว.ร้อยเอ็ด นายจำนงค์ สวมประคำ ส.ว.สรรหา พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ส.ว.มุกดาหาร นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ นาง จิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา ส.ว.ชัยนาท นายเจริญ ภักดีวานิช ส.ว.พัทลุง นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี นายต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ ส.ว.ยะลา นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ นายนิคม ไวยรัชพานิชย์ ส.ว.ฉะเชิงเทรา นายบรรชา พงศ์อายุกูล ส.ว.พิจิตร นายบวรศักดิ์ คณาเสน ส.ว.อำนาจเจริญ นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์ ส.ว.สกลนคร นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ส.ว.มหาสารคาม นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรรณบุรี นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ส.ว.ขอนแก่น
พล.ท.พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน ส.ว.พะเยา พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี นายไพโรจน์ ถัดทะพงษ์ ส.ว.สรรหา นางภารดี จงสุขธนามณี ส.ว.เชียงราย นายมูหามะรอสดี บอตอ ส.ว.นราธิวาส พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ส.ว.สรรหา นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร นางรสสุคนธ์ ภูริเดช ส.ว.สรรหา นายรักพงษ์ ณ อุบล ส.ว.หนองบัวลำภู พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา
นายวรวิทย์ บารู ส.ว.ปัตตานี นายสมชาติ พรรณพัฒน์ ส.ว.นครปฐม นายสมพร จูมั่น ส.ว.เพชรบูรณ์ นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี นายสิทธิ์ศักดิ์ ยนต์ตระกูล ส.ว.กาฬสินธุ์ นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช นางสุกัญญา สุดบรรทัด ส.ว.สรรหา พล.ต.สุจินดา สุทธิพงศ์ ส.ว.สรรหา นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี นาย สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ส.ว.กาญจนบุรี นายสุริยา ปันจอร์ ส.ว.สตูล นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ส.ว.สมุทรสาคร พล.ต.ต.องอาจ สุวรรณสิงห์ ส.ว.เลย พล.ต.อ.อำนวย เพรชศิริ ส.ว.สรรหา นางอุไร คุณานันทกุล ส.ว.สรรหา
หลังจากนี้จะเป็นการลงมติด้วยการขานชื่อในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขมาตรา 93-98 ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ และ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 190 ตามลำดับ







