
มีปืนในมือ อย่าคิดจะยิงใครก็ได้
ในที่สุด ศาลอาญา ก็อ่านคำพิพากษาคดีที่ ส.ท.หญิงนกแก้ว ประสมศรี สังกัดกรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ภรรยาของ ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี อดีตสารวัตรทหาร (สห.) สังกัดกรมยุทธบริการทหาร ยื่นฟ้อง ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา อดีต ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ช่วยราชการฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และ จ.ส.ต.ปวริศร์ จองพิทักษ์พงศ์ ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น เป็นจำเลยที่ 12 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และโดยทรมาน หรือกระทำการทารุณโหดร้าย
ในที่สุด ศาลอาญา ก็อ่านคำพิพากษาคดีที่ ส.ท.หญิงนกแก้ว ประสมศรี สังกัดกรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ภรรยาของ ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี อดีตสารวัตรทหาร (สห.) สังกัดกรมยุทธบริการทหาร ยื่นฟ้อง ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา อดีต ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ช่วยราชการฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และ จ.ส.ต.ปวริศร์ จองพิทักษ์พงศ์ ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น เป็นจำเลยที่ 12 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และโดยทรมาน หรือกระทำการทารุณโหดร้าย
โดย...ธนก บังผล
ในที่สุด ศาลอาญา ก็อ่านคำพิพากษาคดีที่ ส.ท.หญิงนกแก้ว ประสมศรี สังกัดกรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ภรรยาของ ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี อดีตสารวัตรทหาร (สห.) สังกัดกรมยุทธบริการทหาร ยื่นฟ้อง ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา อดีต ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ช่วยราชการฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และ จ.ส.ต.ปวริศร์ จองพิทักษ์พงศ์ ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น เป็นจำเลยที่ 12 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และโดยทรมาน หรือกระทำการทารุณโหดร้าย
คดีโหดนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2551 เวลา 17.00 น. จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ปืน 9 มม. ยิง ส.ต.ชัยวุฒิ ถึงแก่ความตาย เนื่องจากโกรธเคืองที่ผู้ตายเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับการจับกุมพ่อค้าซีดี และเข้าใจว่าไม่ใช่ตำรวจ เพราะไม่ได้แต่งเครื่องแบบจนเกิดโต้เถียงกันขึ้น ในที่สุดก็ต้องใช้ปืนทูตมรณะเป็นตัวตัดสิน เหตุเกิดหน้าอาคารสวัสดิการประชาชน บก.สส.ถนนเลียบคลองประปา เขตจตุจักร กทม. คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ อ้างว่าปฏิบัติตามหน้าที่และป้องกันตัว
ภรรยาผู้ตายยื่นฟ้อง 2 ตำรวจ สน.ประชาชื่น ผู้ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2552 และในที่สุดเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ศาลได้พิพากษาหลังจากพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนยิงผู้ตายโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันตัวตามข้อกล่าวอ้าง จึงพิพากษาให้ประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 ศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติวิสัยของเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีความผิด พิพากษาให้ยกฟ้อง
หลังฟังคำพิพากษา ส.ต.อ.ประสาท ซึ่งไม่ได้รับประกันตัวชั้นพิจารณา ถึงกับหน้าถอดสี ส่วน จ.ส.ต.ปวริศร์ ได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา เดินเข้ามาจับมือกับ จ.ส.อ.ศักดิ์ชาย ทหารนอกราชการ บิดาของผู้ตาย พร้อมกล่าวว่า “ตอนนั้นผมไม่รู้ว่า ทำอย่างไร ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่า จะพูดอย่างไรดี”
คดีนี้ ส.ท.หญิงนกแก้ว ภรรยาผู้ตาย รอมานานที่จะฟังคำตัดสิน แต่ผลของคดีคงไม่จบแค่นี้เธอเข้าใจว่า จำเลยจะยื่นอุทธรณ์แน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเธอยังไม่มีวันลืม วันนี้เธอยังคิดถึงสามีผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับอย่างจับใจ
แต่เธอก็สู้เพราะได้โอกาสจากต้นสังกัดของสามี รับเธอเข้ารับราชการแทนสามี จึงไม่ค่อยเดือดร้อนมากนักเพราะมีลูกชายเพียงคนเดียว แต่เธอก็ยอมรับอดคิดถึงสามีไม่ได้
คดีนี้ย้อนหลังไปเมื่อ 2 ปีก่อนเป็นที่ฮือฮาเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ผู้คนสนใจกันทั่วบ้านทั่วเมือง เนื่องจากผู้ก่อเหตุและเหยื่อต่างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปืนอยู่ในมือทั้งสิ้น
เมื่อคนมีสีเข้าห้ำหั่นกัน ด้วยเหตุเพียงแค่ความเข้าใจผิดเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินความเชื่อของตนเองด้วยลูกปืน ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายลั่นกระสุนใส่ย่อมเกิดการสูญเสียแน่นอน และนำมาซึ่งความเสื่อมเสียในสายตาประชาชนที่จ้องมองเจ้าหน้าที่รัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กลายเป็นภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยิงกันเองที่ยังเป็นที่ค้างคาใจหลายฝ่าย คาใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ที่อ้างเหตุผลว่า เป็นการป้องกันตัว ซึ่งขัดแย้งกับพยานที่เห็นเหตุการณ์หลายปาก
คดีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สอนใจเจ้าหน้าที่ของรัฐทั่วประเทศว่า การทำงานนอกจากมีความตรงไปตรงมาแล้ว ยังต้องมีความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งยั่วยุ การตัดสินคดีด้วยปืน ก็ไม่ใช่ทางออก ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นมูลเหตุให้ผู้คนทั่วประเทศยิ่งเสื่อมศรัทธา
ประเด็นสำคัญที่อยากจะบอกในเรื่องนี้ก็คือการลุอำนาจของตำรวจ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็คือ ตำรวจ ผู้ถือปืนการตัดสินใจทำสิ่งใด หากไม่อยู่ในสติที่ดี อารมณ์ชั่ววูบฆ่าคนได้ตลอดเวลา หากจะไม่ให้ตำรวจพกปืนเอาเสียเลย ก็ไม่เป็นผลดีต่อการปฏิบัติหน้าที่
ถ้าพกปืนขณะปฏิบัติหน้าที่ก็พอจะฟังขึ้น ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่เมื่อออกเวรแล้ว ไม่มีสิทธิ ปัจจุบันตำรวจแทบทุกนายพกปืนกันทั่วบ้านทั่วเมือง ใครไม่มีสติยั้งคิด กร่างไปทั่ว กร่างไม่เท่าไรถ้าก่อเหตุยิงชาวบ้านชาวช่อง ก็ถือว่าเป็นโจรดีๆ นี่เอง ตำรวจประเภทนี้พลอยทำให้ตำรวจดีๆ ส่วนใหญ่เสื่อมเสียไปด้วย
หากย้อนไปในอดีตมีหลายคดีที่ตำรวจยิงชาวบ้านขณะออกเวรแล้ว หรือขณะนั่งรับประทานอาหารมีอาการเมาก็คว้าปืนมายิงใส่ ตำรวจบางนายไม่พอใจผู้บังคับบัญชา คว้าปืนยิงผู้บังคับบัญชาตายคาเครื่องแบบก็มีให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วปัญหานี้จะแก้อย่างไร
ทางที่ดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติน่าจะสังคายนาพฤติกรรมของตำรวจกันยกใหญ่เสียทีจะดีไหม ไม่รู้จะไปตักเตือนใครได้ แต่คนที่มีหน้าที่กำหนดแนวทางปฏิบัติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ต้องนำกลับไปเป็นการบ้านข้อใหญ่ ไม่มีใครอยากเห็นตำรวจต้องมาเป็นผู้ร้ายเสียเอง และไม่มีใครอยากเห็นคดีตำรวจยิงชาวบ้าน หรือยิงทหารอีก !!!







