
โสมแดงห้าว..! ศก.เอเซียยังต้านไหว
การโจมตีเกาะยอนเปียงในน่านน้ำของเกาหลีใต้ประชิดเกาหลีเหนือ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในทางลบอย่างรุนแรงต่อตลาดหุ้นในเอเชียต่อเนื่องอย่างน้อย 2 วันติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมักมีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วต่อท่าทีก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ
การโจมตีเกาะยอนเปียงในน่านน้ำของเกาหลีใต้ประชิดเกาหลีเหนือ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในทางลบอย่างรุนแรงต่อตลาดหุ้นในเอเชียต่อเนื่องอย่างน้อย 2 วันติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมักมีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วต่อท่าทีก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
การโจมตีเกาะยอนเปียงในน่านน้ำของเกาหลีใต้ประชิดเกาหลีเหนือ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในทางลบอย่างรุนแรงต่อตลาดหุ้นในเอเชียต่อเนื่องอย่างน้อย 2 วันติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมักมีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วต่อท่าทีก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ย่อมเป็นตลาดแรกที่ตอบสนองในด้านลบต่อความก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นคู่กรณีโดยตรงของเกาหลีเหนือ ไม่เพียงแต่เท่านั้น หากพิจารณาจากที่ตั้งของกรุงโซล ยังอยู่ไม่ห่างจากชายแดนมากนัก จึงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีความสุ่มเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ดังจะเห็นได้ว่า กรุงโซลมักจะให้มีการซ้อมพรางไฟ และหลบภัยการโจมตีโดยเกาหลีเหนืออยู่เสมอ
ขณะที่ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นญี่ปุ่น มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่มากกว่านั้น
ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดหลักในภูมิภาค มักแสดงปฏิกิริยาตอบสนองในด้านลบต่อข่าวที่เกี่ยวเนื่องกับเกาหลีเหนือแทบทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น การทดสอบขีปนาวุธ การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และในปีนี้ยังแสดงอาการ “กระตุก” ต่อการโจมตีเรือรบชอนอันของเกาหลีใต้ รวมถึงการโจมตีเกาะยอนพยองครั้งล่าสุด
สาเหตุที่ระบบเศรษฐกิจและการเงินของญี่ปุ่นมีการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ก็เพราะเกาหลีเหนือมองญี่ปุ่นเป็นศัตรูตลอดกาล ที่เคยยึดเอาคาบสมุทรเกาหลีเป็นอาณานิคมเมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว เมื่อสบโอกาสเกาหลีเหนือจะข่มขู่ญี่ปุ่นมาโดยตลอด นัยว่าเป็นการชำระความแค้นในอดีต ดังเช่นที่เกาหลีเหนือยังยิงขีปนาวุธเลยไปตกในน่านน้ำญี่ปุ่นบ่อยครั้ง
แต่มูลเหตุที่ชัดเจนยิ่งกว่า คือการที่ญี่ปุ่นเป็นฐานทัพใหญ่ของสหรัฐในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ด้วยกำลังพลมากถึง 3.5 หมื่นนาย
สำหรับเกาหลีเหนือแล้ว สหรัฐคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด มิใช่เกาหลีใต้ เพราะเกาหลีใต้ถูกมองเป็นเพื่อนร่วมชาติที่ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ โดยที่ฝ่ายเหนือที่พันธกิจที่จะต้องปลดแอกเพื่อนร่วมชาติ มิใช่ใช้กำลังกำราบ
ด้วยเหตุนี้เอง ญี่ปุ่นในฐานะที่ให้สหรัฐใช้เป็นฐานทัพและเป็นศัตรูในทางประวัติศาสตร์ จึงหวาดระแวงเกาหลีเหนือเป็นพิเศษ และยังผลให้ตลาดหุ้นเกิดอาการตื่นตูมทุกครั้งที่เกาหลีเหนือมีความเคลื่อนไหว และค่อนข้างเปราะบางต่อสถานการณ์มากกว่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม การโจมตีของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือกระทั่งเอเชียส่วนใหญ่ เนื่องจากนักวิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์โลกมีความเห็นตรงกันว่า การลงมือของเกาหลีเหนือในครั้งนี้หวังผลภายในประเทศ
ผลที่ว่านั้น คือการกระตุ้นให้เกิดความฮึกเหิมและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ ในช่วงเวลาที่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดกำลังจะเปลี่ยนมือจากคิมจองอิลไปยังคิมจองอึน ผู้เป็นลูก ทว่า ภายในกลุ่มชนชั้นนำของเกาหลีเหนือเกิดภาวะระส่ำระสาย จนมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการโค่นล้มอิทธิพลของตระกูลคิมที่สืบทอดมาถึง 3 รุ่น
หากเกาหลีเหนือปรากฏสัญญาณของความขัดแย้งภายใน มักจะมีการก่อกวนเพื่อเบี่ยงกระแสความสนใจไปยังภายนอก ซึ่งเป้าของการก่อกวนมักเป็นเกาหลีใต้ และนับวันตลาดหุ้นเกาหลีใต้เริ่มชินชากับอาการคะนองศึกของเกาหลีเหนือ
เพียงแต่ครั้งนี้ เกาหลีเหนือเล่นหนักมือจนเกินไป จนหมิ่นเหม่ที่สงครามจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง
แท้จริงแล้ว สงครามเกาหลีถือเป็นสงครามที่ยาวนานที่สุดในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นสงครามที่ยังไม่ยุติอย่างเป็นทางการ มีเพียงข้อตกลงหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย เมื่อปี 1953 เท่านั้น
การกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว โดยที่ฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงคือ เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ สหรัฐ และญี่ปุ่นในบางกรณี
จะเห็นได้ว่า ผลกระทบของสงครามที่ยังไม่จบสิ้นนี้ จำกัดวงอยู่เฉพาะในอาณาบริเวณที่เกี่ยวพันถึงเท่านั้น ซึ่งหมายถึงเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐ ในฐานะที่ฐานทัพในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นศัตรูโดยตรงอีกหนึ่งรายของเกาหลีเหนือ
แม้จะจำกัดวงเพียงไม่กี่ประเทศ แต่อย่าลืมว่าสหรัฐและญี่ปุ่นมีตลาดทุนและระบบเศรษฐกิจที่ชี้นำทิศทางของเศรษฐกิจทั้งโลก
ยังไม่นับพันธมิตรของเกาหลีเหนืออย่างจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจตลาดเกิดใหม่ ที่เริ่มทรงอานุภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้นทุกขณะ
หากพิจารณาในมิติ “การเมืองในเศรษฐกิจ” จะเห็นได้ว่า แกนกลางของสงครามเกาหลีคือเกาหลีทั้งสองฝ่าย ส่วนพันธมิตรของทั้งคู่ อันได้แก่ ญี่ปุ่น/สหรัฐ และจีน/รัสเซีย นั้นยังนับเป็นคู่กรณีในด้านเศรษฐกิจระหว่างกันอีกด้วย
นี่คือสาเหตุที่จีนและรัสเซียพยายามเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เมื่อสหรัฐและญี่ปุ่นชี้นิ้วประกาศให้ชาวโลกรับรู้ถึงความก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ ยิ่งในช่วงเวลาที่รัสเซียและจีนมีเรื่องระหองระแหงกับสหรัฐและญี่ปุ่นในด้านเศรษฐกิจ (ค่าเงินหยวน) และการเมือง (กรณีหมู่เกาะคูริล) โอกาสที่ทั้งสองประเทศจะหวังผลจากการข่มขู่ของเกาหลีเหนือยิ่งมีน้ำหนักอยู่ไม่น้อย
แม้ในครานี้ จีนและรัสเซียจะตำหนิการกระทำของเกาหลีเหนือ ซึ่งต่างจากที่แล้วๆ มา แต่ยังนับเป็นท่าทีตำหนิที่เบาเกินไปในสายตาของสหรัฐ
จีนและรัสเซียจะยังคงสงวนท่าทีเช่นนี้ต่อไป เพราะปรารถนาจะให้เกาหลีเหนือเป็นรัฐกันชนจากการคุกคามของสหรัฐ ที่มีฐานทัพขนาดมหึมาในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งการที่สหรัฐจ่อกระบอกปืนมายังแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตลอดเวลานี่เอง ที่เป็นมูลเหตุให้เกาหลีเหนือใช้เป็นข้ออ้าง (ด้วยตรรกะของตนเอง) ในการหันกระบอกปืนและขีปนาวุธเข้าใส่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะที่จีนสนับสนุนอยู่เงียบๆ
ทั้งสองเกาหลีจึงเป็นเสมือนภูเขาไฟที่ยังไม่ดับแต่ก็ไม่เกิดระเบิด จะมีการปะทุเป็นครั้งคราว หากเกาหลีเหนือเกิดอาการของขึ้น หรือพันธมิตรที่อยู่เบื้องหลังยุแยงทางอ้อม เพื่อหวังผลเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากการเผชิญหน้า
ตราบใดที่ทั้งฝ่ายตลาดเกิดใหม่ (จีน/รัสเซีย) และเศรษฐกิจเก่า (สหรัฐ/ญี่ปุ่น) ยังช่วงใช้เกาหลีทั้งสองฝ่าย เป็นเสมือนกันชนให้กับตน ตราบนั้นเกาหลีเหนือจะยังก่อกวน และยั่วโทสะเช่นนี้ต่อไป และตลาดทุนในเอเชียจะเกิดอาการกระตุกทุกคราที่เกิดการเผชิญหน้า
ส่วนแนวโน้มของการจุดชนวนสงครามเกาหลียกที่สองนั้นยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสหรัฐยังใช้นโยบายอดทนอดกลั้น ซึ่งหมายความว่า ผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคจะยังคงเป็นเรื่องที่ไกลกว่าจะคาดคิด
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังได้วางกลไกเพื่อรับมือกับภาวะช็อกในตลาด หากเกาหลีเหนือเกิดอาการคุ้มดีคุ้มร้ายขึ้นมาอีก โดยกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้ประกาศอัดฉีดสภาพคล่องหนุนเงินวอนและเงินตราต่างประเทศ เพื่อพยุงตลาดทุน ในกรณีที่เกาหลีเหนือก่อให้เกิดกระแสหวาดผวาขึ้นมาอีก
อีกทั้งมูดี้ส์ ฟิทช์ เรทติ้งส์ และสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินชั้นนำของโลก ยืนยันแล้วว่า การโจมตีของเกาหลีเหนือไม่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางการเงินของเกาหลีใต้อย่างแน่นอน
การเผชิญครั้งนี้จึงมิใช่วิกฤต และเศรษฐกิจเอเชียยังไม่ตกอยู่ในความสุ่มเสี่ยงในระยะยาวแต่อย่างใด







