
มองปัญหาความมั่นคงของชาติปี'54
...ภุทรัตนื ทักษดิพงษ์
อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้วเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อนาคตเป็นสิ่งที่ลึกลับ มองไม่เห็น แต่เราก็ต้องก้าวไปสู่อนาคต แม้เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็สามารถใช้ข้อมูลและสถิติในอดีตเป็นบทเรียนเพื่อทำนายอนาคตได้ อีกเพียงหนึ่งเดือนก็จะขึ้นปี 2554 หน่วยงานด้านความมั่นคงของชาติซึ่งต้องมองภาพรวมจากมุมสูง มีหน้าที่แจ้งเตือนล่วงหน้าให้รัฐบาลทราบว่า ในปี 2554 ได้ทราบถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติว่ามีอะไรบ้าง เพื่อรัฐบาลจะกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของชาติ สำคัญที่สุดคือหาทางป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเกิดขึ้น หากไม่สามารถป้องกันได้ก็หาทางให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดต่อประเทศ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งที่มาจากรัฐอธิปไตย เช่น การเผชิญหน้าระหว่างรัฐต่อรัฐ สงครามระหว่างรัฐ และจากที่ไม่ใช่เป็นรัฐอธิปไตย เช่น กลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น รวมทั้งภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ พลังงาน อาหาร การเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศอย่างรุนแรง
การกำหนดว่าอะไรเป็นภัยคุกคามหรือไม่นั้นต้องพิจารณาจาก
“โอกาสที่จะเกิดขึ้น” ว่ามีมากน้อยเพียงใดและ “ผลที่เกิดขึ้น” ว่าจะมีความเสียหายรุนแรงที่คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคมและโครงสร้างมากน้อยเพียงใด โดยแยกแยะสถานการณ์ให้ถูกต้องว่าอะไรคือ “ภัยคุกคาม” เพราะบางอย่างเป็นเพียง “สิ่งท้าทาย” และ “ความเสี่ยง” เท่านั้น บางทีก็เป็นเพียง “ปรากฏการณ์” หรือ “กระแสโลก” แต่เราก็มองข้ามไม่ได้ เพื่อรัฐบาลจะสามารถจัดสรรทรัพยากรของชาติไปจัดการให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญเร่งด่วนแนวโน้มภัยคุกคามในประเทศต่อความมั่นคงของชาติในปี 2554 อาจแยกกลุ่มได้ดังนี้
กลุ่มแรก เป็นภัยคุกคามที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นค่อนข้างสูง เพราะเกิดมาแล้วและผลกระทบก็รุนแรงมาก ภัยคุกคามในกลุ่มนี้ซึ่งถือว่ามีความสำคัญเร่งด่วนสูงสุด คือ
(1) การก่อการร้ายโดยกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบทางการเมืองอย่างรุนแรง เพราะคุกคามต่ออธิปไตยเหนือดินแดนของชาติ
(2) การบ่อนทำลายจากในและนอกประเทศต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยขบวนการล้มเจ้า รวมทั้งการปลุกระดมให้คนไทยแตกความสามัคคี แบ่งเป็นฝักฝ่ายทำให้เกิดความอ่อนแอภายในชาติ รวมทั้งการใช้ความรุนแรงทางการเมืองทั้งในรูปการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม การลอบสังหารบุคคลสำคัญ
(3) การลักลอบค้ายาเสพติดที่มีแหล่งต้นตอจากประเทศเพื่อนบ้านและมีไทยเป็นทั้งตลาดปลายทางสำหรับยาบ้า และทางผ่านสำหรับเฮโรอีนและกัญชา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย
กลุ่มที่สอง มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างมาก หากเกิดขึ้นแล้วจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงกว้างขวาง โดยจัดให้กลุ่มมีความสำคัญสูงสุดรองลงมา ประกอบด้วย
(1) ภาวะภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างรุนแรงและภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ อันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในสภาพอากาศโลก โอกาสที่ไทยจะเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยเฉพาะภัยแล้งและน้ำท่วมรุนแรงเช่นปี 2553 มีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างสูง (2) การทุจริตคอร์รัปชันที่จะระบาดอย่างกว้างขวางเพราะนักการเมืองเตรียมสะสมเงินทุนสำหรับการเลือกตั้ง (3) การเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพรมแดนและการอพยพหนีภัยสงครามจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะชายแดนตะวันตก
กลุ่มที่สาม มีโอกาสที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเสียเลยและหากเกิดขึ้นจะมีผลกระทบอย่างรุนแรง กลุ่มนี้ประกอบด้วย
(1) การระบาดของโรคร้ายแรง ที่อาจเป็นเชื้อโรคเก่าแต่กลับมาระบาดอีก หรือเป็นเชื้อโรคใหม่ (2) การก่อการร้ายระหว่างประเทศ หรือจากกลุ่มก่อการร้ายในประเทศที่ประสานกับกลุ่มนอกประเทศ โดยเฉพาะการก่อการร้ายทางเคมีและชีวภาพไม่ว่าจะกระทำต่อเป้าหมายผลประโยชน์ของต่างชาติในไทยหรือผลประโยชน์ของไทยโดยตรงก็ตาม (3) การปะทะทางทหารบริเวณชายแดนที่มีปัญหาเรื่องเขตแดน โดยเฉพาะชายแดนด้านตะวันออก (4) การขัดขวางระบบการติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางสงครามไซเบอร์ หากระบบล่มก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทั้งภาคเอกชนและราชการอย่างร้ายแรง
เราเชื่อว่ารัฐบาล
“ตระหนัก” ถึงภัยคุกคามและสิ่งท้าทายที่จะเผชิญหน้าในปี 2554 โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และภัยพิบัติธรรมชาติอื่นๆคำถามคือ รัฐบาลจะมี
“สมาธิ” ในการรับมือกับปัญหามากน้อยเพียงใด






