
เปล่าประโยชน์
วันที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะลงคะแนนเสียงว่าจะรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ว่าผลโหวตจะเป็นอย่างไร ถึงที่สุดแล้วทั้งหมดนี้เป็นการแก้ไขเพื่อตอบสนองความต้องการของนักการเมืองเป็นหลัก มิได้แก้ไขเพื่อทำให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตย และทำให้เกิดความสมดุลในเรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตยแต่อย่างใด
ถ้าจะให้บรรลุผลเช่นว่า ถึงที่สุดแล้วการจัดทำรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับสังคมไทยอาจจะเป็นเรื่องที่ควรจะดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงมากกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่เป็นอยู่ แต่ตราบใดที่แต่ละฝ่ายยังมีท่าทีสุดโต่งเรียกร้องเอาแต่ประโยชน์ของตนเป็นหลัก การประสานประโยชน์เพื่อจะนำไปสู่การออกแบบรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับสังคมไทยก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้
รัฐบาลเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในสองประเด็นคือ มาตรา 9398 เรื่องระบบการเลือกตั้ง และมาตรา 109 เรื่องการกำหนดประเภทหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา
ในประเด็นว่าด้วยระบบเลือกตั้งนั้นโดยรวมๆ แล้วจะเป็นการแก้ไขจากระบบซึ่งเรียกว่าแบ่งเขตเรียงเบอร์ หรือที่เรียกว่าพวงใหญ่ไปเป็นระบบเขตเดียวคนเดียว และเปลี่ยนการเลือก สส.ระบบสัดส่วนไปเป็นระบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งจะส่งผลให้ สส.เขตลดจำนวนจาก 400 คนทั่วประเทศ ลดลงเหลือ 375 คน สส.ระบบสัดส่วนจาก 80 คน จะเป็น สส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์ 125 คน
สำหรับการแก้ไขมาตรา 190 นั้น ก็เพื่อให้เกิดความสะดวกกับฝ่ายบริหารมากขึ้นเท่านั้น
การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการแก้ไขปัญหาของชาติ ซึ่งตกอยู่ในสภาวะตีบตันหลังเกิดวิกฤตทางการเมืองในเดือน เม.ย.พ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้นำข้อเสนอ 6 ประการที่คณะกรรมาธิการร่วมของสภาเคยเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นไปศึกษา
ถึงที่สุดแล้วรัฐบาลก็เลือกที่จะเสนอให้แก้ไขเพียง 2 ประเด็นดังกล่าวเท่านั้น โดยมิได้ให้ความสำคัญต่อมาตรการอื่นๆ ที่คณะกรรมการชุดนี้เสนอ เช่น เสนอให้ปรับระบบถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยใหม่ให้ได้ผล เป็นต้น
การแก้ไขระบบเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาลที่คาดกันว่าจะทำให้ได้เปรียบในการเลือกตั้ง ส่วนการแก้ไขมาตรา 190 นั้นเป็นประเด็นรองเพราะปัญหานี้มิได้อยู่ที่ตัวเนื้อหา หากแต่เป็นเพราะไม่ยอมทำกฎหมายประกอบให้เกิดความชัดเจนเท่านั้น
ถ้านักการเมืองถ้าไม่ก้าวข้ามประโยชน์ของพวกพ้องแต่ฝ่ายเดียวเสียก่อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่การปรองดอง และแก้ไขปัญหาทางการเมืองจะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย







