
มาร์คชี้สว.เสียงแตกกระทบแก้รธน.
แฉบิ๊กรัฐบาลส่งคนล็อบบี้หนัก เผย50เสียงหวิวอุ้มร่างครม.
โพสต์ทูเดย์
— ลุ้นโหวตร่างแก้ไข รธน.วันนี้ เสียง สว.ยังไม่นิ่ง ระทึกอาจไม่ผ่านวาระแรกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแม้จะมีเสียงข้างมากในสภา แต่ไม่ได้มีเสียงข้างมากในรัฐสภา ดังนั้น รัฐบาลไม่สามารถคุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ และยังไม่รู้ว่าผลการลงคะแนนจะออกมาอย่างไร คงตอบยาก ต้องดูผลก่อน ทั้งนี้ สว.มีความเห็นค่อนข้างหลากหลาย แต่เชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ครม.ทั้งสองร่าง คือ มาตรา 190 เรื่องการลงนามในสนธิสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และร่างที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง คะแนนจะออกมาไม่เท่ากัน ส่วนถ้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่านสภาจะรับผิดชอบถึงขั้นยุบสภาหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องดูผลการลงคะแนนก่อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้นั่งรับประทานอาหารในสภากับ สว. เมื่อวันที่ 24 พ.ย. แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการล็อบบี้ เพราะบางคนก็รู้อยู่แล้วว่าลงคะแนนอย่างไร แต่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นว่า ที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นเป็นเพราะอะไร
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังการลงมติวันที่ 25 พ.ย. สังคมจะมีความชัดเจนมากขึ้น และปมเรื่องรัฐธรรมนูญจะเป็นเรื่องของการเลือกตั้งหรือหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ใช่เรื่องที่ต้องหยิบยกมาอีก เพราะรัฐสภามีโอกาสพิจารณาและตัดสินแล้ว
เมื่อถามว่า มีการประเมินว่าอาจตัดสินใจยุบสภาในช่วงต้นปีหน้า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
“ก็มีความเป็นไปได้ เพราะพูดหลายครั้งแล้ว แต่จะเป็นเดือนไหนอย่างไรยังตอบไม่ได้”นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เสียงของ สว.จะแตกออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มที่รับร่างของภาคประชาชน 2.กลุ่มที่รับร่างของคณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล และกลุ่มที่ 3 ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแม้แต่ฉบับเดียว
“
กลุ่มที่ 2 คาดว่าจะมีเสียงสนับสนุนมากที่สุดประมาณ 5060 เสียง ส่วนกลุ่มที่ 1 และ 3 น่าจะอยู่ประมาณ 2030 เสียง ส่วน สว. ที่เหลือน่าจะใช้สิทธิงดออกเสียง แต่ทั้งนี้คงต้องจับตาดูอีกครั้งในช่วงเช้าก่อนเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติเพราะอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้” นายนิคม กล่าวนายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สว.ราชบุรี กล่าวว่า ได้ยิน สว.เล่าให้ฟังว่ารัฐบาลได้เข้ามาประสานงานเพื่อขอเสียงสนับสนุน แต่อยากให้จับตาไปที่ สว.เลือกตั้งจากเพราะทราบว่ามี สว. 3040 คนที่พร้อมจะสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล โดยไม่รับร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายเกชา กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่รับร่างของ ครม.เนื่องจากทราบว่า สว.ไม่พอใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลที่มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์และให้นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี เป็นประธาน แต่เมื่อมีข้อสรุปออกมารัฐบาลกลับไม่ดำเนินการอะไรจนถึง 1 ปี กระทั่งเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการอีกชุด ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เป็นประธาน เพื่อศึกษาข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์อีก จึงเห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.สรรหา กล่าวว่า ส่วนตัวจะลงมติไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ สำหรับกลุ่มของ 40 สว. ทราบว่ามีประมาณ 20 คนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสว.ที่อภิปรายจำนวน 55 คน ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย รัฐบาลรู้ว่าเสียง สว.เป็นตัวแปรสำคัญในการลงมติให้รัฐบาลทั้งสองฉบับ ดังนั้น คะแนนที่ออกมาจะหืดขึ้นคอแน่







