
เจอตัวยี่ปั๊ว-ซาปั๊วตุนน้ำตาล
พบตัวการตุนน้ำตาล 1,000 ตัน เป็นยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ขาใหญ่เมืองกรุง
พบตัวการตุนน้ำตาล 1,000 ตัน เป็นยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ขาใหญ่เมืองกรุง
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบไปยังยี่ปั๊ว ซาปั๊ว รายใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ 15 ราย พบว่ามี 2-3รายที่มีน้ำตาลทรายเกินกว่าปริมาณในครอบครองที่แจ้งต่อกรมรวมกันประมาณ 1,000 ตัน ซึ่งจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2 หมื่นบาท และปรับอีกวันละ 2,000 บาท
ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และจะตรวจสอบลึกลงไปว่า ยี่ปั๊ว ซาปั๊วรายดังกล่าวซื้อสินค้าจากโรงงานใด ปกติซื้อปริมาณเท่าไร มีการกักตุนได้อย่างไร สำหรับน้ำตาลทรายส่วนที่เกินครอบครองนั้น กรมจะให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊วรายดังกล่าวขายให้กับผู้ต้องการใช้ต่อไป
นอกจากนี้ ผลการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) มีความเห็นร่วมกันที่จะให้กรมทำหนังสือไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม ขอใช้น้ำตาลทรายจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายที่ยังเหลืออยู่ 1.6 แสนกระสอบ จาก 1 ล้านกระสอบ ที่กองทุนอ้อยฯ ไปประมูลซื้อน้ำตาลทรายโควตา ค (ส่งออก) คืนเมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมานำมากระจายให้กับห้างแม็คโคร 8 หมื่นกระสอบ ตลาดสดและค้าภายในจังหวัดในพื้นที่มีปัญหาน้ำตาลทรายขาดแคลนอีก 8 หมื่นกระสอบ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คาดว่าสัปดาห์หน้าจะกระจายน้ำตาลทรายได้
ขณะที่น้ำตาลทรายโควตา ก (ใช้ในประเทศ) ซึ่งยังค้างกระดาน 1.7 ล้านกระสอบ จากการสอบถามข้อมูลไปยัง สอน. พบว่าเหลืออยู่ในส่วนของโรงงาน 1.1 ล้านกระสอบ แต่ยังไม่สามารถนำน้ำตาลทรายส่วนนี้มากระจายให้ห้างค้าปลีกได้ เนื่องจากติดปัญหาไม่ทราบปริมาณชัดเจนว่ามีภาระผูกพันเท่าไหร่ เพราะ สอน.ไม่มีอำนาจตรวจสอบ
ดังนั้น กรมจะใช้กฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่น้ำตาลทรายอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม ทำหนังสือไปยังโรงงานน้ำตาลให้แจ้งสต๊อกน้ำตาลทราย ทั้งในส่วนที่ทำสัญญาซื้อขายและปลอดภาระผูกพัน เพื่อนำมากระจายให้กับผู้บริโภคและห้างค้าปลีกต่อไป หากไม่ดำเนินการตามหรือมีน้ำตาลทรายแต่ไม่จำหน่ายจะถือว่ากักตุน มีโทษจำคุกสูงสุด7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“กรมกับ สอน.เห็นตรงกันว่าใกล้ปิดหีบน้ำตาล ดังนั้นน้ำตาลค้างกระดานที่ผูกพันจึงไม่จำเป็นต้องอุ้มไว้แล้ว เพราะมองว่าที่โรงงานยังไม่กระจายเนื่องจากต้องการตุน” นางวัชรี กล่าว







