posttoday
พร้อมพงศ์เมินตุลาการรธน.ฟ้อง

พร้อมพงศ์เมินตุลาการรธน.ฟ้อง

24 พฤศจิกายน 2553

พร้อมพงศ์ ไม่สน 3 ตุลาการรัฐธรรมนูญ ฟ้อง เตรียมฟ้องกลับ ลั่น สังคมจะได้รู้ความจริง เชื่อคนที่เสียหายอาจฟ้องด้วย ปัด พาพวก ข่มขู่ ตลก.รับเคยไป ศิริราชจริง แค่ ถวายพระพร ย้ำ ล็อบบี้ตลก.คนเดียวไม่มีประโยชน์ โยง ขบวนการสมคบกล่าวหา ไม่สนเรื่องยาวลากไปถึงยุบพรรค

พร้อมพงศ์ ไม่สน 3 ตุลาการรัฐธรรมนูญ ฟ้อง เตรียมฟ้องกลับ ลั่น สังคมจะได้รู้ความจริง เชื่อคนที่เสียหายอาจฟ้องด้วย ปัด พาพวก ข่มขู่ ตลก.รับเคยไป ศิริราชจริง แค่ ถวายพระพร ย้ำ ล็อบบี้ตลก.คนเดียวไม่มีประโยชน์ โยง ขบวนการสมคบกล่าวหา ไม่สนเรื่องยาวลากไปถึงยุบพรรค

เมื่อเวลา13.30น.ที่รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีนายจรูญ อินทจาร นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และนายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้องตน นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และหนังสือพิมพ์มติชน ฐานความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาว่า การฟ้องครั้งนี้น่าจะเป็นการฟ้องเพื่อแก้เกี้ยว น่าจะมีจุดประสงค์เพื่อกลบเกลื่อนเรื่องคลิปฉาวที่เกิดขึ้นหวังปิดปากตนและสื่อมวลชน ไม่ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ คดีนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตุลาการ3คน ฟ้องนายพสิษฐ์ ซึ่งเปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน สมาชิกพรรคฝ่ายค้านและสื่อมวลชนที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญ ตุลาการทั้ง3คน แทนที่จะมาชี้แจงกับสังคมว่า บุคคลที่ปรากฎในคลิปฉาวเป็นใบหน้าตัวเองหรือเป็นเสียงของตัวเองหรือไม่ รวมถึงคำพูดหรือข้อความ ที่ปรากฎในคลิปว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ควรจะต้องออกมาชี้แจ้งกับสังคม แต่กลับเลือกวิธีการฟ้องคดี ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากในยุคปัจจุบัน ที่สังคมถามหาความโปร่งใส ความยุติธรรม ความตรงไปตรงมา ของทุกภาคส่วนในสังคม

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า คดีนี้พร้อมจะเข้าสู่การตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรมดังนี้ 1.ตนและสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่คลิปฉาวดังกล่าว 2.โจทก์ในคดีนี้กับตนต้องมาร่วมกันพิสูจน์ต่อศาลด้วยว่า ข้อความในคลิปฉาวทั้งหมดที่กล่าวหาว่า ตนเป็นผู้ร่วมเผยแพร่ เนื้อหาความจริงเป็นอย่างไร แต่คลิปดังกล่าวปรากฎในเว็บไซต์ก่อนหน้านี้แล้ว หากบอกว่าจะเอาผิดตนแล้วคนที่ไปดูแล้วได้เผยแพร่ต่อ ถ้าจะเอาผิดก็มีอีกเป็นแสนเป็นล้านคน 3. กรณีที่ปรากฎในรายงานข่าวว่าตุลาการบางท่าน ระบุว่าถูกตนข่มขู่ขณะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เรื่องนี้น่าจะเป็นการจินตนาการไปเองหรือไม่ ในเมื่อไม่เคยพบหน้าเลยแล้วจะไปข่มขู่ได้อย่างไร ซึ่งจะไปพิสูจน์ในศาล

“กรณีที่กล่าวหาว่าผมไปข่มขู่เพื่อกดดันตุลาการ คนหนึ่งคนใดให้ตัดสินอย่างหนึ่งอย่างใด ถามว่าจะได้ประโยชน์อะไร ผมในฐานะทีมกฎหมายที่ติดตามคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ไปติดตามการพิจารณาคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกนัด จนไปได้รับข้อมูลความไม่ชอบของ นายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์. ที่ไปรับเอกสาร นอกเขตศาลรัฐธรรมนูญ. นอกเวลาทำการศาล และกรณีที่ นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ไปพบกับนายพสิษฐ์ รวมถึงเรื่องการจัดสอบเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีข่าวว่าโกงข้อสอบ แล้วจะไปจัดฉากได้อย่างไร ทั้งๆที่เรื่องเกิดมาก่อนหน้านี้นานแล้ว ผมแค่ได้รับรู้ข้อมูล จากสื่ออินเตอร์เน็ต แล้วอย่างนี้จะไปกดดันข่มขู่ตุลาการ ไปทำไม เพราะการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ มีองค์คณะตุลาการถึง 9 ท่าน ถ้าไปข่มขู่นายจรูญคนเดียว จะเกิดประโยชน์อะไรต่อการพิจารณาคดี”นายพร้อมพงศ์กล่าว

            นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ฟ้องคดีตนกับสื่อมวลชน ขอตั้งข้อสังเกตุว่าทำไม ตั้งหลักอยู่นาน พึ่งจะมาฟ้องตอนนี้ ลักษณะน่าจะเหมือนเตรียมการวางแผน เหมือนการกระทำของบุคคลบางคนในคลิป ถ้าหากถูกตรวจสอบ ก็นั่งวางแผนว่าจะแก้ตัวอย่างไร การฟ้องคดีในครั้งนี้ เชื่อมั่นในศาลสถิตยุติธรรมว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าเรื่องใดจริง เรื่องใดเท็จ ขณะนี้ไม่รู้ว่าโจทก์กับพวกจะดิ้นรนไปทำไม น่าจะออกมาชี้แจงกับสังคมจะดีกว่า เพื่อให้การตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นไปโดยปราศจาก ข้อกังขาของสังคม หากได้รับสำเนาคำฟ้องแล้ว หากมีข้อเท็จจริงอันใดในคำฟ้อง เป็นเท็จ ถือว่าโจทก์ในคดีนี้ร่วมกันฟ้องเท็จต่อศาล จะฟ้องกลับทันที  เพื่อกระชากหน้ากากว่าบุคคลที่อ้างว่าเป็นคนดี แล้วมาฟ้องตนและสื่อมวลชน สุดท้ายจะได้รู้ว่าเป็นคนดีจริงหรือไม่ และยังเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงกัน ยืนยันว่าไม่ได้มีอคติต่อ3ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญหรือพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อมั่นว่าการฟ้องจะได้มีกาพิสูจน์ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าเคยไปรพ.ศิริราชจริงหรือไม่ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ขอพูดในศาลดีกว่า แต่ปกติตนเป็นคนไม่มีบอดี้การ์ดติดตาม ไปไหนมาไหนคนเดียว ซึ่งสื่อมวลชนก็ทราบดี

ถามว่าในร่างคำฟ้องได้มีการระบุไปถึงอดีตผู้บริหารและภรรยา มีส่วนรู้เห็นด้วย นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ขอให้คนที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงเอง เมื่อได้รับคำฟ้องมาหากมีส่วนทำให้เสียหายบุคคดลดังกล่าวอาจจะมีการฟ้องร้องเช่นกัน ทั้งนี้แทนที่ตุลาการจะไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องคลิป แต่บางคนกลับเลือกค้าความกัน แต่ไม่เป็นไปเมื่อฟ้องมาก็จะฟ้องกลับ เพื่อพิสูจน์กันในศาลว่าสิ่งที่ฟ้องมาจริงหรือไม่ อีกทั้งบุคคลิกของผมไม่เคยไปข่มขู่ใคร เพราะเป็นคนที่สมานฉันท์ปรองดอง รักธรรมชาติ ชอบฟังดนตรีรักเสียงเพลง ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง แล้วจะไปข่มขู่ใครได้อย่างไร ส่วนตัวยังให้ความเคารพสถาบันตุลากา แต่ที่เป็นปัญหาตอนนี้คือบุคคลไม่ใช่องค์กร

ภายหลังการแถลงข่าว นายพร้อมพงศ์ได้ตอบคำถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าคดีนี้น่าจะโยงมาทำให้มีการยุบพรรคเพื่อไทยได้ว่า เรื่องนี้เป็นความผิดส่วนตัวฐานหมิ่นประมาท ไม่ได้เป็นคดีการเมืองที่อาจต้องนำมาสู่การยุบพรรค และหากจะฟ้องเพื่อไม่ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อเป็นนักการเมืองแล้วไม่ตรวจสอบแล้วประชาชนจะไปหวังพึ่งใคร ขอยืนยันพร้อมนำข้อเท็จจริงไปพิสูจน์กันในศาลหากบอกว่าตนไปรพ.ศิริราช ถือเป็นเขตพระราชฐาน ที่ไปเคยไปลงนามถวายพระพรหลายครั้ง แต่ไม่เคยไปพบกับนายจรูญ ส่วนที่มีการอ้างว่าในการไปพบ โดยคนที่อยู่ในเหตุการณ์มีบุตรชายนายจรูญ ซึ่งเป็นนายทหารอยู่ด้วยและอาจนำมาเป็นพยานได้นั้น ก็ขอให้เอามาก็จะได้ฟ้องเลยว่าฟ้องเท็จหรือไม่ และคนที่เกี่ยวพันเป็นถึงบุตรซึ่งไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งก่อนหน้านี้คนในพรรคประชาธิปัตย์บางคนเคยระบุว่าจะมีการฟ้องร้องตามมานั้น ยิ่งทำให้น่าคิดว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ไปรู้ข้อมูลวงในอะไรหรือไม่ ถึงออกมาพูดลักษณะนี้แล้วต่อมาก็มีการมาฟ้องร้องกันจริงๆ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท