posttoday
ได้อย่างเสียอย่าง

ได้อย่างเสียอย่าง

24 พฤศจิกายน 2553

การปรับปรุงระบบโครงสร้างภาษีของรัฐบาลยังไม่มีข้อสรุปเนื่องจากกระทรวงการคลังจะต้องนำเอาผลการหารือร่วมกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังไปเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งคาดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่จะมีการถกเถียงกันอย่างหนัก เนื่องจากจะมีผลกระทบในวงกว้าง

ทางที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ กระทรวงการคลังจะให้รัฐบาลพิจารณาแลกระหว่างการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1% จาก 7% เป็น 8% กับการยกเลิกสิทธิประโยชน์ของภาษีส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ได้มากจนเกินไป และดูไม่ยุติธรรมกับอุตสาหกรรมในประเทศ

การนำเสนอดังกล่าว แสดงให้เห็นการไร้ทางเลือกของรัฐบาลที่จะหาเงินมาปิดหีบงบประมาณให้สมดุลได้ในเวลาอันรวดเร็ว และหาเงินมาให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายผ่านโครงการรัฐสวัสดิการที่รัฐบาลนำออกมาใช้ อีกทั้งมีการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และลูกจ้างประจำ ซึ่งรายจ่ายมีแน่นอน แต่รายรับกลับต้องคอยลุ้นว่าจะเก็บได้พอกับรายจ่ายหรือไม่

การพุ่งเป้าไปที่สิทธิประโยชน์ภาษีบีโอไอนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่รัฐบาลต้องพิจารณาให้ดีเช่นกัน เพราะอาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

หากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า เราไม่จำเป็นที่จะต้องมีอุตสาหกรรมทุกอย่าง ตั้งแต้ต้นน้ำถึงปลายน้ำเหมือนในอดีต เพราะหลังจากที่ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ก็สามารถที่จะไปลงทุนที่ประเทศใดก็ได้ แล้วส่งสินค้าเข้ามาขายในกลุ่มประเทศโดยไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นสิทธิประโยชน์ที่จะดึงการลงทุนเข้ามาก็ควรจะต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี เรายังไม่เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลส่งเสริมจะเน้นส่งเสริมการลงทุนอะไร ก็จะไปเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมนั้น และลดสิทธิประโยชน์ของอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เป้าหมายลง ซึ่งต้องทำให้ชัดเจนว่าอย่างไร หากพูดคลุมๆ เช่นนี้ทำให้นักธุรกิจตกใจ และการลงทุนหยุดชะงัก ในขณะที่เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ

การลงทุนในโครงการอุตสาหกรรมนั้น เป็นการลงทุนทางตรงที่ก่อประโยชน์ต่อประเทศ เพราะจะมีการจ้างงาน ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าไปลงทุนในประเทศอื่นแล้วนำสินค้าเข้ามาขาย ฉะนั้นการแลกกันระหว่างภาษีบีโอไอกับภาษีมูลค่าเพิ่มก็ต้องคิดให้ดีกับผลกระทบที่จะตามมา

แน่นอนว่าการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ประชาชนจะได้รับผลกระทบซื้อของแพงขึ้น รัฐบาลจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มก็เสี่ยงต่อฐานคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง

การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มควรจะขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในขาขึ้น และต้องเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นขาขึ้นที่ไม่แน่นอนว่าจะหักหัวลงเมื่อไร เพราะเศรษฐกิจไทยนั้นผูกพันกับเศรษฐกิจโลก แต่หากไม่มีทางเลือกรัฐบาลเลือกขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มน่าจะดีกว่าลดสิทธิประโยชน์ภาษีบีโอไอที่จะทำให้เกิดการว่างงานมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ