posttoday
เอเซียตั้งการ์ด 'สึนามิ' ทุนนอกระลอกใหม่

เอเซียตั้งการ์ด 'สึนามิ' ทุนนอกระลอกใหม่

24 พฤศจิกายน 2553

นามิระลอกใหม่กำลังเข้าถล่มเอเชีย

นามิระลอกใหม่กำลังเข้าถล่มเอเชีย

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ


นามิระลอกใหม่กำลังเข้าถล่มเอเชีย

ครานี้มิใช่สึนามิที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากน้ำมือของนักลงทุนที่กวนคลื่นเงินทุนให้กลายเป็นกระแสไหลบ่าขนานใหญ่เข้าซัดภูมิภาคนี้อีกครั้ง หลังจากที่เอเชียพยายามใช้มาตรการทุกวิถีทางสกัดกั้นการไหลเข้าของทุนนอก เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ

ความพยายามนั้นประสบความสำเร็จเพียงน้อยนิด ไม่ต่างอะไรกับการเขียนเสือให้วัวกลัว

สัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ลงมือ “เขียนเสือ” อีกครั้ง ด้วยการแสดงความเห็นด้วยอย่างแข็งขัน กับการผลักดันกฎหมายเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาล เพื่อชะลอกระแสซื้อพันธบัตรโดยนักลงทุนต่างชาติ อันเป็นหนึ่งในมูลเหตุที่ทำให้เงินวอนแข็งค่าต่อเนื่อง

แต่ท่าทีของกระทรวงการคลังเกาหลีใต้มิได้ทำให้ “วัวกลัว” เลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำสึนามิกระแสทุนยังถาโถมเข้ามาจนทำให้เงินวอนแข็งค่ายิ่งขึ้นไปอีก หลังจากอ่อนค่าได้เพียงชั่วครู่

ไม่เฉพาะแต่เกาหลีใต้เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายประเทศในเอเชียที่ตกที่นั่งลำบากในลักษณะเดียวกัน เพียงแต่เกาหลีใต้เป็นประเทศแรกๆ ที่รู้สึกได้ถึงปัญหาค่าเงินแข็งตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้

เมื่อไล่เรียงมาตรการควบคุมทุนนอกทุนในของแต่ละประเทศจะพบว่า เริ่มมีความเข้มข้นและใช้มาตรการถี่มากขึ้นทุกขณะ

ตั้งแต่มาตรการควบคุมกระแสทุนหรือการปล่อยเงินกู้ภายในประเทศ เช่น จีน การแทรกแซงค่าเงินของญี่ปุ่น การกำหนดหมายสังเกต (สัญลักษณ์ X) กับกองทุนรวม ETF ในตลาดหุ้น ไปจนถึงการตั้งด่านเก็บภาษีซื้อขายพันธบัตร เช่น เกาหลีใต้

แม้ไม่ถึงกับเป็นความล้มเหลว แต่ยังมีช่องโหว่บางประการที่เหนือการควบคุม

นั่นคือวิกฤตการณ์ในยุโรปที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

สำหรับสมรภูมิค่าเงินเหรียญสหรัฐที่เคยอ่อนลงอย่างรุนแรง จนเอเชียต้องตั้งปราการสกัดทุนหนี “ดอลลาร์ขาลง” มาบัดนี้เริ่มผันแปรไปในอีกทิศทางหนึ่ง ดังจะเห็นได้ว่า เงินเหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 23 พ.ย. แข็งค่าต่อสกุลเงินต่างๆ ในเอเชียกันอย่างถ้วนหน้า ตั้งแต่เงินวอนเกาหลี เงินเหรียญสิงคโปร์ จนถึงเงินบาทไทย

นอกจากความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐจะปรับตัวขึ้นมาบ้างแล้ว ยังมีปัจจัยมาจากกรณีที่เกาหลีเหนือถล่มยิงปืนใหญ่เกาะชายแดนของเกาหลีใต้ ยังผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเอเชียต้องสั่นสะเทือนลง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในญี่ปุ่น อันเป็นเข็มทิศชี้วัดตลาดเอเชีย และเป็นตลาดที่มีปฏิกิริยาเร็วที่สุดและเปราะบางที่สุดต่อความก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ

ความก้าวร้าวของเกาหลีเหนือนับเป็นปัจจัยระยะสั้น เพราะนักลงทุนจะยังคงเหนียวแน่นกับแนวโน้มเศรษฐกิจอันคึกคักของเกาหลีใต้และเอเชีย (ยกเว้น ญี่ปุ่น)

อีกทั้งนักลงทุนนอกและในภูมิภาคยังมีภูมิต้านทานพอสมควรกับ “พฤติกรรมแผลงๆ” ของเกาหลีเหนือ เพราะเป็นการเล่นเอาล่อเอาเถิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพียงเรียกร้องความสนใจของประชาคมโลก เพียงแต่ครานี้เกาหลีเหนือใช้วิธีเรียกร้องความสนใจที่รุนแรงกว่าทุกคราวที่ผ่านมา

ปัจจัยที่แท้จริงอยู่ที่ฝั่งยุโรปที่บัดนี้เกิดความผันแปรอย่างรุนแรง

ตลาดหุ้นทั่วยุโรปและค่าเงินยูโรดิ่งลงฮวบฮาบ ไม่เฉพาะเพียงปฏิกิริยาตอบสนองฉับพลันต่อความก้าวร้าวของเกาหลีเหนือเท่านั้น แต่ยังเป็นผลสืบเนื่องจากแรงเฉื่อยจากมาตรการให้ความช่วยเหลือไอร์แลนด์ที่ส่อเค้าว่าจะไม่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากนัก

ไม่เพียงแต่กระทบกับความพยายามกอบกู้เศรษฐกิจยุโรป แต่ยังบั่นทอนเศรษฐกิจของเอเชียในระยะยาว

แรงเฉื่อยจากวิกฤตหนี้สาธารณะของไอร์แลนด์จะส่งผลต่อกระแสทุนไหลบ่าเข้าเอเชียในช่วงระยะเวลานานพอสมควร พิจารณาจากการที่โปรตุเกสและสเปน กำลังจ่อคิวเป็นรายต่อไป

อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่ภาวะสามวันดีสี่วันไข้ของเศรษฐกิจและค่าเงินเหรียญสหรัฐจะเข้ามาเป็นอาการแทรกซ้อนเป็นระยะ จนทำให้เอเชียแทบไม่มีเวลาตั้งตัว

เป็นสถานการณ์ที่เข้าข่าย “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” ครั้งแล้วครั้งเล่า

สถานการณ์เช่นนี้จะบีบบังคับให้เอเชียต้องงัดมาตรการต่างๆ มาสกัดกั้นทุนอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายอาจสิ้นหนทาง สิ้นกำลังในการต้านทานทุนนอก และนักเก็งกำไร กลายเป็นการซ้ำรอยวิกฤตการเงินเอเชียเมื่อปี 2540

ยิ่งนักลงทุนสิ้นหวังกับสหรัฐเพียงใด และยิ่งตื่นผวากับวิกฤตหนี้ยุโรประลอกใหม่มากเท่าใด เอเชียยิ่งตกที่นั่งลำบากมากเพียงนั้น

ในกรณีของยุโรปนั้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในระดับศูนย์และอาจต่ำกว่าศูนย์ หากพันธบัตรรัฐบาลโปรตุเกสและสเปนยิ่งมีสถานะตกต่ำลง จากที่ในขณะนี้ผลตอบแทนของพันธบัตรได้โปรตุเกสทะลุ 7% เป็นครั้งแรก (เมื่อวันที่ 9 ก.ย.) นับตั้งแต่ประเทศนี้หันมาใช้เงินยูโร ขณะที่พันธบัตรของสเปนปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.8%

ที่น่าวิตกกว่านั้น อิตาลีกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน ด้วยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.2%

แนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นบ่งชี้ถึงความต้องการพันธบัตรในกลุ่มประเทศยุโรปใต้ที่เสื่อมมนต์ขลังกลายวงจรที่เลวร้ายของการที่มูลค่าตราสารหนี้จะถดถอยลง พร้อมๆ กับการที่ประเทศเหล่านี้ต้องจมอยู่ในกองหนี้มากขึ้น เพราะต้องแบกรับผลตอบแทนให้กับนักลงทุนสูงขึ้นทุกขณะ เพื่อแลกกับความเสี่ยงที่นักลงทุนเหล่านี้ต้องแบกรับกับการ “ช่วยซื้อ” ตราสารหนี้เช่นกัน

ตรงกันข้าม พันธบัตรในเอเชียที่ขณะนี้แรงซื้อยิ่งสูงขึ้น

สถานการณ์เช่นนี้เป็นผลดีต่อประเทศที่มีรัฐบาลขยันก่อหนี้ แต่เป็นผลเสียต่อภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคการส่งออก

ภาพที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ การที่เงินบาทและเงินริงกิตกลายเป็นสกุลเงินที่ปรับค่าสูงขึ้นคึกคักที่สุดในภูมิภาค แต่นี่มิใช่ผลดี ตรงกันข้ามการแข็งค่าของสกุลเงินทั้งสองยังผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและมาเลเซียขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้น สึนามิทุนนอกยังจะส่งผลในระยะกลางต่อไทยและมาเลเซียต่อไป โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์จากบริษัท บาร์เคลย์ส (Barclays) ที่คาดการณ์ว่าการขยายตัวของภาคการส่งออกไทยจะยังคงชะลอตัวต่อไปในอีก 6 เดือนข้างหน้า

สถานการณ์ของมาเลเซียไม่แตกต่างกัน เซติ อัคตาร์ อาซิซ ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศจะชะลอตัวจนถึงช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 หรือเกือบ 6 เดือนเท่ากับไทย

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนอาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดหวังขึ้นได้ทุกเมื่อ

ดังจะเห็นได้ว่า กรีซรับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (EU) เมื่อเดือน พ.ค. ต่อมาในอีก 6 เดือนถัดมา หรือในเดือน พ.ย. ไอร์แลนด์ขอรับความช่วยเหลือจาก EU เช่นกัน และในอีก 6 เดือนข้างหน้ารายต่อไปอาจเป็นโปรตุเกสหรือสเปน!

เอเชียจึงไม่อาจคาดหวังได้มากนักกับยุโรปและทุนที่จะไหลเข้ามาอย่างเหนือความคาดหมาย

ทั้งไทยและมาเลเซียเป็นเพียง 2 ประเทศแรกๆ ที่กำลังบอบช้ำจากกระแสทุนไหลเข้า ที่จะต้องจับตาไม่แพ้กันคืออินโดนีเซียและเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอินโดนีเซียซึ่งขณะนี้ตลาดหุ้นกำลังร้อนแรง

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ประมาณการว่าการลงทุนตราสารทุนในเอเชียในปีนี้จะสูงถึง 9.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากอัตราการขยายตัวทั่วโลกที่ 1.87 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ตัวเลขนี้อาจต้องปรับเปลี่ยนกันใหม่ เพราะเป็นการประเมินก่อนที่วิกฤตหนี้ในยุโรปจะระเบิดขึ้นอีกจุด และก่อนที่สหรัฐจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกล่าสุด

ที่ต้องประเมินสถานการณ์ใหม่อีกเช่นกันคือนานาประเทศในเอเชีย และจะต้องเป็นการประเมินเพื่อวางมาตรการสกัดกั้น ที่ต้องตอบรับกับความยืดหยุ่นของสถานการณ์ทั้งในยุโรปและสหรัฐอย่างรัดกุมกว่าเดิม

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท