
สุ่มตรวจภาษีตลอด24ชั่วโมง
สรรพากรสุ่มตรวจผู้เสียภาษีตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันรั่วไหล มั่นใจปี 2554 ทะลุ 1.3 ล้านล้าน
สรรพากรสุ่มตรวจผู้เสียภาษีตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันรั่วไหล มั่นใจปี 2554 ทะลุ 1.3 ล้านล้าน
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2554 จะเน้นขยายฐานของผู้เสียภาษีให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้การเก็บภาษีเป็นไปตามเป้าหมาย 1.3 ล้านล้านบาท ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีมาเชื่อมต่อกับระบบการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อให้สามารถตรวจสอบรายรับ รายจ่าย ของผู้ประกอบการทุกราย
นายสาธิต กล่าวว่า เมื่อถึงสิ้นปีนิติบุคคลต้องมาเสียภาษี ก็จะรู้ว่าผู้ประกอบการรายนั้นได้เสียภาษีครบถ้วนตามรายได้ที่แท้จริงหรือไม่
“การนำระบบเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยเข้ามาจะทำให้ดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ ขณะนี้ได้ทดลองเชื่อมโยงข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายกับผู้ประกอบการในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล หากประสบความสำเร็จจะขยายการตรวจภาษีไปในทุกประเภทและทุกพื้นที่” นายสาธิต กล่าว
นายสาธิต กล่าวว่า การเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้ประกอบการยังช่วยให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่มีรายได้เกินปีละ 1.8 ล้านบาท และยังไม่จดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เข้ามาจดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยซึ่งก็จะเป็นอีกปัจจัยหนนึ่งที่ทำให้กรมสามารถขยายฐายภาษีและเก็บภาษีได้เพิ่ม โดยไม่ต้องไปเพิ่มอัตราภาษีทั้งปี ปีงบประมาณ 2554 กรมสรรพากรตั้งเป้าเก็บภาษีไว้ 1.3 ล้านล้านบาท โดยในเดือนแรกของปีงบประมาณ สามารถเก็บภาษีได้เกินเป้าประมาณ 6% และในเดือน พ.ย. นี้ เชื่อว่าจะสามารถเก็บภาษีได้เกินเป้าประมาณ 67% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะสูงกว่าเป้าประมาณ 8% ซึ่งกรมมั่นใจว่าทั้งปีจะสามารถเก็บภาษีได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยกรมจะดูการเก็บภาษีเป็นรายวัน ซึ่งวันที่ 7 ของเดือน จะเป็นการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย และวันที่ 15 ของเดือน เป็นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างใดสำหรับแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ภายหลังจากได้มีการเสนอแนวคิดให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง รับทราบในเบื้องต้น ขณะนี้กรมได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ข้อดีและข้อเสียของแต่ละแนวทาง โดยเบื้องต้นกรมได้วางเป้าหมายการปฏิรูปโครงสร้างภาษีว่าจะต้องแล้วเสร็จภายในปี 2555ขณะที่แนวทางหนึ่งของการปฏิรูปโครงสร้างภาษี คือ การยกเลิกระบบภาษีในการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะทำให้ระดับภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลงมาอยู่ที่ 18% จากปัจจุบันที่ 30% และจะทำให้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลดลงมาอยู่ที่ 25% จากปัจจุบันเก็บในอัตราก้าวหน้าที่ 37% ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อยู่ในอัตราเดิมที่ 7% นั้น ต้องไปศึกษาความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ ก่อนหาข้อสรุปเพื่อนำเสนอให้ รมว.คลัง อีกครั้งนายสาธิต กล่าวว่า กรมจะปรับปรุงการหักลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา ที่ให้นำมาเป็นรายจ่ายได้่ 2 เท่า แต่ไม่มีผู้ประกอบการมาใช้ เพราะมีแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีการลงทุน ส่วรบริษัทขนาดเล็กไม่มีกำลังที่จะลงทุนในด้านนี้ จึงอาจจะมีการปรับเงื่อนไขให้ผู้ประักอบการรายเล็กที่มีการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้มีมูลค่าส่ง เช่น การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์สร้างมูลค่าสินค้าเพิ่ม ก็จะให้นำรายจ่ายส่วนนี้มาหักภาษีได้ 2 เท่า







