
ฝ่ายค้านถล่มเละรธน.50
ฝ่ายค้านถล่มรัฐธรรมนูญ 2550 เละ ลั่น!!ดันร่าง “หมอเหวง”ให้ได้
ฝ่ายค้านถล่มรัฐธรรมนูญ 2550 เละ ลั่น!!ดันร่าง “หมอเหวง”ให้ได้
เมื่อเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานการอภิปรายการร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีการประท้วงฝ่ายค้านบ้าง โดย นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ของรัฐบาลไม่ใช่เพื่อประโยชน์ประชาชน อีกทั้งช่วงเวลาการแก้ไขไม่มีความเหมาะสม เพราะอยู่ในช่วงวันใกล้วันมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 5 ธ.ค.ดังนั้นอยากให้รัฐบาลถอนวาระนี้ออกไปก่อน หรือไม่เช่นนั้นก็ให้นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) โดย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดงรวมกับร่างของรัฐบาลไปเลย แล้วค่อยพิจารณารายละเอียดทีหลัง
ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ที่ร่างของคปพร. เสนอนั้น เป็นร่างของประขาชนสามารถแก้ไขปัญหาการเมืองไทยได้ ตรงข้ามกับรัฐธรรมนูญ 2550ที่เป็นรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร เป็นอันตรายต่อโครงสร้างสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกับระบบตุลาการ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เกิดตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง กลายเป็นตำรวจการเมือง เพราะมีหน้าที่ยุบพรรคพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งหากเป็นแบบนี้ ระบบตุลาการจะพังทลายได้ เพราะประชาชนจะเสื่อมศรัทธา และศาลจะติดคุกในระบบการเมือง
ทั้งนี้ในส่วนของเนื้อหาที่รัฐบาลเสนอให้แก้ไข ส่วนตัวเห็นว่า ระบบบัญชีรายชื่อดังกล่าวจะทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อย และการแก้ไขมาตรา 190 ก็จะทำให้ปัญหาการทำสนธิสัญญามีปัญหาเดิม คือการไม่ฟังเสียงประชาชน ทั้งหมดเหล่านี้จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอแก้ไขไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนแม้แต่อย่างเดียว
นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวนักการเมือง และที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีพัฒนาการมาตามลำดับตั้งแต่การเสนอแผนปรองดอง โดยการเสนอ 2 ประเด็นดังกล่าวเป็นการรับผิดชอบต่อประเทศไทย เพราะหนึ่งในทางออกสำคัญของประเทศคือการเลือกตั้ง ซึ่งต้องมีกติกาที่เหมาะสม เพื่อให้การเมืองเดินต่อไป อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่ใช่ความรับผิดชอบของรัฐบาล แต่เป็นความรับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภาทุกคน อย่างไรก็ตามสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คปพร. สามารถเสนอเข้ามาได้แต่ต้องคิดว่าจะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ตลอดเวลาไม่ใช่กับเฉพาะรัฐบาลชุดนี้เพียงอย่างเดียว
ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ตนเองเห็นด้วยกับร่างของ คปพร. และไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลทั้ง2 มาตรา รวมถึงไม่เห็นด้วยกับร่างของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วย เนื่องจากเห็นว่า ร่าง คปพร.ซึ่งเป็นภาคประชาชนกว่า 7 หมื่น เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่รัฐบาลเสนอที่มาจากการศึกษาของคณะกรรมการชุดต่างๆนั้น เป็นเพียงเพี่อการยื้อเวลาของรัฐบาลเท่านั้น และมีวาระซ่อนเร้นจำนวนมาก เพราะการแก้ประเด็นเหล่านี้นักการเมืองก็ยังได้ประโยชน์ โดยเฉพาะประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน และเป็นการเปิดโอกาสให้พรรคเล็กๆ เอาชนะพรรคเพื่อไทย
นอกจากนี้การแก้มาตรา 190 เพื่อให้ นายอภิสิทธิ์ แอบไปทำข้อตกลงกับกัมพูชา โดยที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่รู้ ทำให้ประชาธิปัตย์ไม่ต้องทะเลาะกับพันธมิตรฯ หรือไม่เช่นนั้นอาจจะแอบไปลงนามเรื่องรถไฟฟ้าควมเร็วสูงของจีนที่มีข่าวว่ามีผลประโยชน์ตกอยู่จำนวนมาก ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 ให้กลับไปเป็นปี 2540 อย่างแน่นอน เพราะ รัฐธรรมนูญ 2540 มีการทุจริตน้อยกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ที่เกิดปลากระป๋องเน่า โครงการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น
มาถึงตรงนี้ทำให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วง นายประสพสุข บุญเดช ซึ่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภาว่า ไม่ควบคุมการประชุม เพราะครั้งนี้เป็นการอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และมีการกล่าวหาคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนายประสพสุข ยังให้นายสุรพงษ์ อภิปรายต่อไปจนจบ ทำให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ลุกขึ้นประท้วงนายประสพสุข โดยระบุว่า หากมีการใช้ดุลพินิจแบบนี้จะทำให้การประชุมเดินต่อไปไม่ได้







