
รัฐสภาเปิดถกแก้รธน. เรียงหน้าเสนอหลักการเหตุผล
รัฐสภาเปิดถกแก้รธน. เรียงหน้าเสนอหลักการเหตุผล ‘คปพร.’ ย้ำต้องนำรธน.40มาใช้เพื่อสร้างปชต. ชทพ.ยันแก้ระบบเลือกตั้งเพื่อให้ปชช.เข้าถึงส.ส. ‘อภิสิทธิ์’ แจงแก้ 2 ประเด็นเพื่อกันครหาเพื่อเอื้อฝ่ายการเมือง
รัฐสภาเปิดถกแก้รธน. เรียงหน้าเสนอหลักการเหตุผล ‘คปพร.’ ย้ำต้องนำรธน.40มาใช้เพื่อสร้างปชต. ชทพ.ยันแก้ระบบเลือกตั้งเพื่อให้ปชช.เข้าถึงส.ส. ‘อภิสิทธิ์’ แจงแก้ 2 ประเด็นเพื่อกันครหาเพื่อเอื้อฝ่ายการเมือง
การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 จำนวน 4 ฉบับได้เริ่มขึ้นแล้ว ทั้งนี้ขั้นตอนในการพิจารณาจะเป็นการอภิปรายรวมกันทั้ง 4 ฉบับไปในคราวเดียวกัน แต่เมื่อถึงขั้นตอนของการลงมตินั้นจะใช้ระบบวิธีขานชื่อสมาชิกรัฐสภาว่าจะรับหลักการในวาระที่ 1 หรือไม่
ทั้งนี้ นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ตัวแทนของคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ยื่นเสนอหลักการเหตุผลในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ประชาชนประมาณ 7 หมื่นคนจากทุกภาคส่วนใช้เวลา 15 วันในการรวบรวมรายชื่อ หลักการในการเสนอแก้ไข คือ กำหนดให้เอารัฐธรรมนูญ 2540 มาประกาศใช้
“แม้ว่าการบริหารราชการแผ่นดินก่อนวันที่ 19 ก.ย.2549 มีข้อบกพร่องบ้างแต่ก็ไม่ได้หมายความไม่มีสิ่งดีเลย เช่น การดูแลช่วยประชาชนให้เข้าถึงทรัพยากรของประเทศ การยึดอำนาจเมื่อปี2549และมีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาเป็นการทำเผด็จการภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าควรนำรัฐธรรมนูญ 2540 ตั้งแต่หมวด 3-12กลับมาบังคับใช้” นายเมธาพันธุ์ กล่าว
จากนั้น นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ตัวแทนของผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับของส.ส.102 คน ได้เสนอหลักการและเหตุผลว่า การเสนอแก้มาตรา 190 เพื่อให้มีการกำหนดประเภทกรอบการเจรจาระหว่างประเทศแบบใดบ้างต้องผ่านรัฐสภา ไม่ใช่เอาทุกเรื่องเข้ารัฐสภาจนทำให้การเจรจาระหว่างประเทศล่าช้า ส่วนการแก้ไขระบบเลือกตั้งเป็นแบบเขตเดียวเบอร์ก็ไม่ใช่ประโยชน์พรรคการเมือง เพราะถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตัวเองคงจะเสนอแก้ยกเลิกการตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปแล้ว
“การเลือกส.ส.ของคนในเมืองหลวงกับชนบทมีความแตกต่าง คนเมืองหลวงต้องการส.ส.เข้าไปทำหน้าที่นิติบัญญัติ ตรงกันข้ามกับชนบทที่ต้องการเลือกส.ส.ไปทำหน้าที่ในนิติบัญญัติแล้วยังเห็นว่าส.ส.เป็นแก้วสารพัดนึก เพื่อแก้ปัญหาให้พวกเขาในฐานะที่ชนบทยังไม่มีทรัพยากรเพียบพร้อมเหมือนในเมืองหลวง เขตเลือกตั้งเล็กทำให้ประชาชนในชนบทเข้ามาถึงส.ส.ได้ง่ายกว่าเขตเลือกตั้งใหญ่” นายภารดร กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรีที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ได้เสนอหลักการและเหตุผลว่า เมื่อมีเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาโดยมีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน จากนั้นได้นำเรื่องเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีจนมีข้อสรุปให้แก้ไขเพียง 2 ประเด็น คือ แก้ไขระบบการเลือกตั้งเขตเดียวคนเดียวและมาตรา 190 เพราะคิดว่าไม่น่าจะกระทบกระเทือนความขัดแย้ง เป็นไปตามดำเนินการตามขั้นตอนสภาและให้ฝ่ายวิชาการมาปรับแต่งตามเหมาะสม ไม่ได้เป็นการทำเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
“การแก้ไขที่มาส.ส.ให้เป็นเขตเดียวเบอร์เดียวเพื่อให้การเลือกตั้งส.ส.เป็นไปตามหลักการบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว







