
ห่วงปีใหม่วิกฤตไล่ทวงน้ำตาลรง.
ไล่กดดันโรงงานคายสต๊อกน้ำตาล 1.8 ล้านกระสอบ ป้อนห้าง ห่วงปีใหม่วิกฤต แต่แนวโน้มราคาตลาดโลกเริ่มลง
ไล่กดดันโรงงานคายสต๊อกน้ำตาล 1.8 ล้านกระสอบ ป้อนห้าง ห่วงปีใหม่วิกฤต แต่แนวโน้มราคาตลาดโลกเริ่มลง
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการสอบถามผู้ประกอบการห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ให้ข้อมูลตรงกันว่า ตั้งแต่ต้นปีได้รับน้ำตาลทรายจากผู้ผลิตน้ำตาลบรรจุถุงลดลง 3050% กรมจึงจะประสานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้โรงงานเร่งระบายน้ำตาลที่ค้างกระดาน 1.8 ล้านกระสอบ หากยังปฏิเสธ จะใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเข้าไปจัดการ เพราะใกล้ปีใหม่ความต้องการใช้น้ำตาลจะมากขึ้น
น้ำตาลค้างกระดานที่กรมฯจะเชื่อมโยงโรงงานให้กับห้างค้าปลีกนั้น มี 2 ลักษณะ คือ ค้าส่ง เช่น แมคโคร คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์ จะได้รับการจัดส่งน้ำตาลให้ ส่วนห้างค้าปลีกที่จำหน่ายน้ำตาลบรรจุถุงในลักษณะขายปลีกขนาด 1 กก. หากโรงงานไม่สามารถส่งแบรนด์ตัวเองให้ได้ ก็จะประสานให้ส่งน้ำตาลทรายไปยังผู้ผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของห้างนั้นๆ เพื่อให้ผลิตออกมาจำหน่ายแทน รวมทั้งกำลังพิจารณาที่จะจัดทำน้ำตาลธงฟ้าจำหน่ายให้กับประชาชน
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกเริ่มลดลงมาอยู่ที่ 679 เหรียญสหรัฐต่อตัน จาก 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน
นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม หรือเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า การผลิตน้ำตาลทรายของไทยไม่ได้ขาดแคลน ที่มีปัญหาเพราะผู้ผลิตไม่ส่งน้ำตาลเข้าห้าง แต่ไปส่งขายนอกตลาดเพิ่ม ทำให้ยอดขายนอกตลาดเพิ่ม 50% เนื่องจากราคาที่ห้างจำหน่าย ต้องเป็นไปตามราคาควบคุมของกระทรวงพาณิชย์คือ 23.50 บาท/กก. แต่นอกพื้นที่สูงถึง 2728 บาท/กก. ทำให้ปริมาณน้ำตาลที่จำหน่ายในท้องตลาดสูงขึ้น 50% แต่ห้างลดลง 30% กรณีที่อ้างถูกห้างเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า ปัจจุบันไม่มีการเก็บแล้ว
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า มาตรการของจีนที่ออกมาตรการมาดูแลและควบคุมราคาสินค้า รวมถึงให้ธนาคารพาณิชย์สำรองเพิ่ม 0.5% เพื่อลดปัญหาเงินเฟ้อนั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ ทองคำ ถั่วเหลือง และน้ำตาลปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แนวโน้มว่าราคายางพารามีโอกาสขยับไปอยู่ที่ 150 บาทต่อกิโลกรัม จากขณะนี้ 120 บาทต่อกิโลกรัม







