posttoday
สภากทม.ลุยแก้กม.คุมสิ่งปลูกสร้าง

สภากทม.ลุยแก้กม.คุมสิ่งปลูกสร้าง

22 พฤศจิกายน 2553

สภา กทม.รุกแก้กฎหมายคุมสิ่งปลูกสร้าง ชงตั้งคณะ กก.ศึกษาผลกระทบ คาดได้ข้อสรุป 120 วัน เล็งขยายเมืองฝั่งตะวันออกและเหนือ

สภา กทม.รุกแก้กฎหมายคุมสิ่งปลูกสร้าง ชงตั้งคณะ กก.ศึกษาผลกระทบ คาดได้ข้อสรุป 120 วัน เล็งขยายเมืองฝั่งตะวันออกและเหนือ

นายวิสูตร สำเร็จวาณิชย์ สก.เขตลาดกระบัง ในฐานะประธานคณะกรรมการการโยธาและผังเมือง เปิดเผยว่า สภา กทม.จะแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อการพัฒนาเมือง เพื่อทบทวนและผลักดันการปรับปรุงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดินและสิ่งก่อสร้างให้รองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นายวิสูตร กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้จะประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ของ กทม. เช่น สำนักการโยธา สำนักผังเมือง สำนักการจราจรและขนส่ง และคณะกรรมการชุดต่างๆ ของสภา กทม. รวมทั้งจะเชิญผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ข้อมูล คาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาไม่เกิน 120 วัน จะได้ข้อสรุปแนวทางการแก้กฎหมายได้

“สภา กทม.จะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาด้วย เนื่องจากกฎหมาย กทม.อาจจะมีความขัดแย้งกับกฎหมายอื่นๆ เช่น กฎกระทรวง หรือประกาศต่างๆ” นายวิสูตร กล่าว

นายวิสูตร กล่าวว่า นอกจากนี้คณะกรรมการฯ จะมีการพิจารณาเรื่องการขยายเมืองออกไปยังพื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งทิศเหนือที่ยังมีพื้นที่ว่างอยู่ เพื่อลดความหนาแน่นของเมืองลง เนื่องจากพื้นที่ กทม.เริ่มมีความแออัดมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ปัญหาที่ดิน และมีความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

ด้านนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภา กทม. กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นจะทำหน้าที่ศึกษาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องของ กทม. เช่น พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และร่างข้อบัญญัติ กทม.ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและปรับเปลี่ยนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมถึงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนให้มีความเหมาะสมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้

นายสุทธิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันหลายจังหวัดในประเทศไทย รวมทั้ง กทม.ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและอุทกภัยรุนแรงขึ้นทุกปี นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก และส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงงบประมาณของภาครัฐและเอกชนที่ต้องทุ่มลงไปเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยา ขณะเดียวกันผลการวิจัยของหลายองค์กรทั่วโลกชี้ชัดตรงกันว่า กทม.และปริมณฑลจะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ใน 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป โดยระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยจะเพิ่มสูงขึ้นปีละ 3 มม. และแผ่นดินทรุดลงปีละ 15 มม.

“ทุกวันนี้เราพูดถึงการป้องกันน้ำท่วมหรือภัยพิบัติในแง่การสร้างระบบป้องกัน เฝ้าระวัง และการฟื้นฟูเยียวยาเท่านั้น แต่ยังไม่มีข้อบัญญัติและกฎหมายใดๆ ที่ระบุถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการก่อสร้างต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหากมีกฎหมายใช้บังคับจะช่วยลดความสูญเสียลงได้” นายสุทธิชัย กล่าว 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี