posttoday
มหากาพย์ทึ้ง "เกาะระ" กลไกตรวจสอบส่อแท้ง

มหากาพย์ทึ้ง "เกาะระ" กลไกตรวจสอบส่อแท้ง

22 พฤศจิกายน 2553

มหากาพย์ขบวนการ “ฮุบขุมทรัพย์อันดามัน” กำลังดำเนินเรื่องเข้าสู่ฉากสำคัญว่าท้ายที่สุดแล้ว “ภาครัฐ” จะสามารถกระชากหน้ากาก “ไอ้โม่ง” ออกมาลงทัณฑ์ได้หรือไม่

มหากาพย์ขบวนการ “ฮุบขุมทรัพย์อันดามัน” กำลังดำเนินเรื่องเข้าสู่ฉากสำคัญว่าท้ายที่สุดแล้ว “ภาครัฐ” จะสามารถกระชากหน้ากาก “ไอ้โม่ง” ออกมาลงทัณฑ์ได้หรือไม่

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

มหากาพย์ขบวนการ “ฮุบขุมทรัพย์อันดามัน” กำลังดำเนินเรื่องเข้าสู่ฉากสำคัญ ผู้ชมต่างจับจ้องด้วยใจระทึกว่าท้ายที่สุดแล้ว “ภาครัฐ” จะสามารถกระชากหน้ากาก “ไอ้โม่ง” ที่หลบตัวอยู่ในเงามืดออกมาลงทัณฑ์ได้หรือไม่

มหากาพย์ทึ้ง "เกาะระ" กลไกตรวจสอบส่อแท้ง

เพราะหลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎร นำโดย เฉลิมชาติ การุณ ส.ส.สกลนคร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน ได้ลงตรวจพื้นที่ เกาะระ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา และได้พบร่องรอยการบุกรุกพื้นที่ป่าจาก “กลุ่มทุน” อย่างมโหฬาร

รายงานการสอบข้อเท็จจริงจึงถูกเขียนขึ้นโดยทันที มีการเสนอต่อ ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และสำเนาไปยัง สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รวมทั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมตรี

แต่ด้วยอำนาจของ กมธ. ที่มีจำกัดจึงไม่สามารถล่วงเลยไปถึงการตรวจสอบขบวนการบุกรุกได้ เป็นเหตุให้ต้องส่งเรื่องไปยัง คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มี วารุจ ศิริวัฒน์ เป็นประธาน ซึ่งมีอำนาจในการรับผิดชอบโดยตรง

ตัวละคร 3 กลุ่มสำคัญ คือ 1.กลุ่มทุน ได้แก่ นายทุนและนักการเมืองท้องถิ่น 2.องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) ซึ่งมีอำนาจตามนโยบายจัดการพื้นที่ในเกาะให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งชาติ 3.กระทรวงทรัพยากรฯ ซึ่งกุมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่ไว้ทั้งหมด เชื่อมโยงผลประโยชน์กันอย่างลงตัว

ข้อพิพาทในเกาะระจนกลายมาเป็นประเด็นใหญ่คือ การขอเอกสารสิทธิทำกิน (สทก.) กว่า 1,500 ไร่ ในพื้นที่สมบูรณ์และอยู่นอกเหนือเงื่อนไขที่หน่วยราชการจะออกให้ได้ รวมทั้งการพยายามบุกรุกป่าเพื่อจัดฉากให้กลายเป็นพื้นที่การเกษตร และสมอ้างในการขอเอกสารสิทธิ์

มหากาพย์ทึ้ง "เกาะระ" กลไกตรวจสอบส่อแท้ง

ล่าสุดแม้ว่า กมธ.ที่ดิน จะลงพื้นที่เกาะระ และตรวจพบการบุกรุกจริงก็ตาม แต่ด้วยความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่าง วารุจ ศิริวัฒน์ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ. กับ ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานบอร์ด อ.ส.พ. จึงอดตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อผลการดำเนินการ “ลากคอ” คนผิดมาลงโทษ ว่าจะมีพึ่งได้หรือไม่

ส่วนกลุ่ม “นักการเมืองท้องถิ่น” ก็ยังมีความพยายามออก สทก.อย่างไม่หยุดหย่อน นันทภพ มีเพียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะพระทอง ได้เรียกประชุมชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คน ที่ต้องการมีสทก.ให้มาแสดงตัว และนำหลักฐานมามอบแก่ตัวแทนกลุ่มหนึ่ง เพื่อเดินตามขั้นตอนต่อไป

ในขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวในองค์การสวนพฤกษศาสตร์ที่น่าจับตามอง โดยช่วงปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (บอร์ด อ.ส.พ.) วาระสำคัญคือการประเมินการทำงานของ ก่องกานดา ชยามฤต ผู้อำนวยการอ.ส.พ. เพื่อพิจารณาว่าจะต่อวาระตำแหน่งออกไปอีกหรือไม่ ทว่าก่อนถึงวันที่ 28 ต.ค.ซึ่งเป็นกำหนดการประชุมจริง กลับมีผลการประเมินหลุดรอดออกมาว่าก่องกานดาได้คะแนนเพียง 3.1518 จาก 5 คะแนน

แม้ตามหลักการจะผ่านการประเมิน แต่โดยนัยยะแล้วถือว่า “สอบตก” เนื่องจากเกณฑ์การประเมินผู้บริหารควรต้องได้ระดับ 4 คะแนนขึ้นไป ยังผลให้บอร์ดกลุ่มหนึ่งต้องเรียกประชุมลับในวันที่ 27 ต.ค.เพื่อหาวิธี “ยื้อเก้าอี้” ต่อไป

กระแสข่าวการล็อบบี้เพื่อต่ออายุผู้อำนวยการ อ.ส.พ.รายนี้ เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ก่องกานดา กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มีการพูดกันถึงขั้นว่า “บิ๊กทส.” เขียนใบสั่งมายังบอร์ด อ.ส.พ. ยืนกรานให้ก่องกานดาอยู่ในตำแหน่งต่อไป เพื่อ “กลบรอย” ความไม่ชอบมาพากลในองค์การ

มหากาพย์ทึ้ง "เกาะระ" กลไกตรวจสอบส่อแท้ง

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า “ใบสั่ง” จะสำฤทธิ์ผลได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากขณะนี้ก่องกานดา “มีแผล” จากการถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนในหลายกรณี อาทิ การละเว้นปฏิบัติหน้าที่แต่กลับเบิกจ่ายเงิน การเข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบ และการจัดซื้อจัดจ้างทุจริต

ด้วยเงื่อนไขนี้เอง เป็นเหตุให้การประชุมวันที่ 28 ต.ค. ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานบอร์ด อ.ส.พ. ได้แจ้งในที่ประชุมใหญ่ว่า มีความจำเป็นต้องสลับที่ทำงานของก่องกานดาด้วยสาเหตุจากตัวของเธอเอง เป็นเหตุให้ก่องกานดาประกาศ “ลาออก” กลางที่ประชุม

ทันทีที่ข่าวกระพือออกไป มีการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองจากพนักงาน อ.ส.พ.ซีกที่ทำงานใกล้ชิดกับก่องกานดา โดยพนักงานกว่า 250 คน ได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้ก่องกานดาเปลี่ยนท่าที และยื่นรายชื่อเสนอไปยังรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยับยั้งการลาออก

จากนั้นไม่นานก่องกานดาได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังบอร์ด อ.ส.พ. อีกครั้ง โดยระบุว่า การประกาศลาออกในที่ประชุมครั้งนั้นเนื่องจากน้อยใจ เพราะได้ตั้งใจทำงานอย่างดีแต่กลับมีแรงกดดันพยายามให้ตัวเองออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตามการกระทำครั้งนั้นเป็นเพียงการประกาศปากเปล่า ไม่ได้เป็นรายลักษณ์อักษร ซึ่งขณะนี้ได้เปลี่ยนความคิดและจะกลับมาดำรงตำแหน่งต่อไป

ข้อสังเกตจึงเกิดขึ้นว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียง “ละคร” ฉากหนึ่งที่นำแสดงโดย บอร์ด อ.ส.พ.หรือไม่ เพราะภาพที่ออกมาคือ บอร์ด อ.ส.พ.ได้พยายามดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้ก่องกานดาซึ่งได้รับผลการประเมินต่ำกว่าที่ควรจะเป็นลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่เมื่อเจ้าตัวยืนกรานที่จะอยู่ต่อก็ไม่มีสิทธิจะทำอะไรได้

ท้ายที่สุดแล้ว ก่องกานดาก็ยังกุมบังเหียนองค์การสวนพฤกษศาสตร์ต่อไป ผลประโยชน์ของ “คนหลังฉาก” ที่ซุกไว้ใต้พรหมอีกเป็นจำนวนมาก ก็ยังได้รับการคุ้มครองต่อไป

โดยเฉพาะบทบาทสำคัญในการคัดค้านการใช้พื้นที่ทั้ง 1.2 หมื่นไร่ ของเกาะระ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อจัดตั้งเป็นสวนพฤกษศาสตร์ โดยให้เหตุผลว่าองค์การไม่มีกำลังพอที่จะบริหารจัดการพื้นที่ทั้งหมดได้ จึงเสนอให้จัดทำเพียง 4 พันไร่เศษ

ในขณะที่ผลการศึกษาทางวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิชาการระดับโลกต่างยืนยันตรงกันว่าจำเป็นต้องใช้พื้นที่ทั้งเกาะคือ 1.2 หมื่นไร่ จึงจะรักษาระบบนิเวศน์อันซับซ้อนและสืบเนื่องมานานกว่าหมื่นปีไว้ได้ เพราะการแบ่งพื้นที่เกาะออกไปจัดทำสวนพฤกษศาสตร์บางส่วน จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม และสุ่มเสี่ยงต่อการบุกรุกพื้นที่จากกลุ่มนายทุนได้ง่าย

******************

กระชับอำนาจ อ.ส.พ.

ก่องกานดา ชยามฤต ผู้อำนวยการอ.ส.พ. ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกภายหลังตัดสินใจกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกครั้งว่า สาเหตุที่ประกาศลาออกในที่ประชุม เนื่องจากมีแรงกดดันจากบอร์ด อ.ส.พ. ทั้งที่ทำงานอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ที่สำคัญไม่ได้ตกการประเมินอย่างที่เป็นข่าว และการลาออกก็เป็นการประกาศด้วยวาจา ไม่มีการลงชื่อในหนังสือ จึงสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งได้โดยไม่ผิดขั้นตอน

มหากาพย์ทึ้ง "เกาะระ" กลไกตรวจสอบส่อแท้ง ก่องกานดา

“ปัญหาใน อ.ส.พ.มีการสั่งสมมานาน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการที่ไม่มีระบบ เมื่อเราเข้ามาทำงานก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ที่สำคัญเพิ่งทำงานได้ประมาณ 5 เดือนก็มีการประเมินในครั้งแรก ผลงานที่ทำก็ยังไม่เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ประเมินยังไงก็ได้คะแนนไม่ดี”ก่องกานดา อธิบาย

ผู้อำนวยการรายนี้ บอกอีกว่า รู้สึกน้อยใจและถอดใจที่บอร์ดไม่ให้โอกาสในการทำงาน แต่หลังจากที่ได้กลับมาคิดทบทวน และได้รับการร้องขอจากนักพฤกษศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งเห็นผลงานเรา จึงเปลี่ยนใจที่จะกลับมาสานต่องานที่ค้างไว้ให้แล้วเสร็จ คาดว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้ผลงานจะเป็นที่ประจักษ์

“ไม่ทราบว่าบอร์ดมีจุดมุ่งหมายอะไรที่ต้องการให้เราออก ถ้าเป็นเรื่องการดำเนินงานก็ได้คะแนนผ่านเกณฑ์แม้จะไม่ดีนัก แต่ต้องยอมรับว่าบอร์ดมีคะแนนอยู่ในมือถึง 35% ของคะแนนทั้งหมด ถ้าเขาไม่พอใจเรื่องส่วนตัวแล้วไม่ให้คะแนนส่วนนี้ เราก็คงไม่ผ่านประเมิน”ก่องกานดา ระบุ 

สำหรับคดีที่ถูก ป.ป.ช. สอบอยู่ โดยเฉพาะการละเว้นปฏิบัติหน้าที่แต่กลับมีการเบิกจ่ายเงินนั้น ก่องกานดา ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เธอ เล่าว่า บอร์ดได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งก็ได้ชี้แจงไปว่าเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิด เนื่องจากในวันที่เกิดเรื่องนั้นมีการประชุมซ้อนกัน 2 แห่งในเวลาเดียวกัน โดยตัวเองเดินทางไปประชุมยังสถานที่หนึ่ง ทำให้ขาดการประชุมอีกสถานที่หนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท