posttoday
เลขาฯศาลยุติธรรมแจงปี 63 มีคดีเข้าสู่การพิจารณา 1,963,771 คดี

เลขาฯศาลยุติธรรมแจงปี 63 มีคดีเข้าสู่การพิจารณา 1,963,771 คดี

19 มกราคม 2563

ศาลยุติธรรมแถลงผลงานตัดสินคดีของ 3 ศาลเป็นไปตามเกณฑ์ที่ประธานศาลฎีกาให้นโยบายไว้ทีคดีขึ้นสู่การพิจารณา 1,963,771 คดี แล้วเสร็จ 1,693,587 คดี ยาเสพติดนำโด่ง

ศาลยุติธรรมแถลงผลงานตัดสินคดีของ 3 ศาลเป็นไปตามเกณฑ์ที่ประธานศาลฎีกาให้นโยบายไว้ทีคดีขึ้นสู่การพิจารณา 1,963,771 คดี แล้วเสร็จ 1,693,587 คดี ยาเสพติดนำโด่ง

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ห้องประชุมสำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แถลงผลการดำเนินงานของศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรมในภาพรวมประจำปี พ.ศ. 2562 ระหว่างเดือน ม.ค. – ธ.ค.62 โดย นายสราวุธ กล่าวว่า ในรอบปีที่ผ่านมาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา สามารถพิจารณาให้เสร็จภายในเวลาเป้าหมายที่ประธานศาลฎีกาเคยให้นโยบายไว้

ทั้งนี้ ในส่วนของศาลชั้นต้นที่จะต้องพิจารณาคดีให้เสร็จภายใน 2 ปีนั้น สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คิดเป็น 99.97% ส่วนศาลอุทธรณ์ที่จะต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 6 เดือน ก็สามารถดำเนินการได้ 98.64% ขณะที่ศาลฎีกาต้องพิจารณาคดีให้เสร็จภายใน 1 ปี ก็ดำเนินการได้ 86.41%

ขณะที่ศาลชั้นต้นทั่วประเทศ มีคดีสู่การพิจารณา 1,889,080 คดี พิจารณา เสร็จ 1,627,752 คดี , ศาลชั้นอุทธรณ์ มีจำนวน 64,225 คดี พิจารณาเสร็จ 57,924 คดี , ศาลฎีกา จำนวน 10,466 คดี พิจารณาเสร็จ 7,911 คดี ซึ่งรวมทั้ง 3 ชั้นศาลแล้ว มีคดีที่ศาลรับพิจารณาไว้ทั้งสิ้น 1,963,771 คดี พิจารณาเสร็จ 1,693,587 คดี คิดเป็น 86% โดยแบ่งเป็นประเภทคดีแพ่ง 1,305,658 คดี 66% และคดีอาญา 658,113 คดี 34%

สำหรับ สถิติจำนวนข้อหาที่ขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ 1.พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ 363,125 ข้อหา , 2.สินเชื่อบุคคล 293,899 ข้อหา , 3.พ.ร.บ.จราจรทางบก 213,888 ข้อหา , 4.บัตรเครดิต 168,347 ข้อหา , 5.กู้ยืม 138,420 ข้อหา , 6.ขอจัดการมรดก 103,711 ข้อหา , 7.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 92,472 ข้อหา 8.เช่าซื้อ (รถยนต์) 86,406 ข้อหา 9.ละเมิด 34,426 ข้อหา 10.พ.ร.บ. การพนัน 32,936 ข้อหา

"นายสราวุธ" ยังกล่าวถึงสถิติการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลข้อเท้า EM สำหรับตรวจสอบ หรือจำกัดการเดินทางของบุคคลมาใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราวว่า รอบปีที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 8,129 เครื่อง ฐานความผิดสูงสุด 5 อันดับที่ใช้ได้แก่ 1.พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ จำนวน 2,332 คดี , 2.ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จำนวน 1,609 คดี , 3.พ.ร.บ.จราจรทางบก จำนวน 769 คดี , 4.ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย จำนวน 675 คดี , 5.พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ จำนวน 356 คดี

สำหรับ ศาลที่มีการใช้กำไลข้อเท้า EM สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ศาลอาญา จำนวน 609 เครื่อง , 2.ศาลจังหวัดนนทบุรี จำนวน 269 เครื่อง , 3 ศาลจังหวัดภูเก็ต จำนวน 259 เครื่อง , 4.ศาลจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 211 เครื่อง , 5.ศาลอาญากรุงเทพใต้ จำนวน 207 เครื่อง

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการอำนวยความยุติธรรมการพิจารณาพิพากษาคดี (D-Court) ว่า ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดและขยายผลระบบให้บริการข้อมูล และอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ส่งเสริมและผลักดันให้ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการคดีและสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดีและการปฏิบัติงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนั้น มีระบบงานที่ทันสมัย ลดการใช้กระดาษและลดภาระในการจัดเอกสาร , พัฒนาระบบสารสนเทศศาลยุติธรรม บูรณาการความร่วมมือ รวมถึงขยายการเชื่อมโยงข้อมูลด้านต่างๆ กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมบังคับคดี(ข้อมูลหมายบังคับคดี) กรมคุมประพฤติ (ข้อมูลผลการสืบเสาะและพินิจอำนาจ) , กรมราชทัณฑ์ (ระบบข้อมูลผู้ต้องขัง) , สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ข้อมูลสารบบคดีกับระบบ NSW ของสำนักงานอัยการสูงสุด และระบบ CRIMES ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ข้อมูลคำสั่งห้ามออกนอกราชอาณาจักร) สำนักงานตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท (ข้อมูลหมายจับระบบ AWIS) ซึ่งจะส่งผลให้การอำนวยความยุติธรรมมีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี

นายนายสราวุธ กล่าวว่า แผนงานในปี 2563 ศาลยุติธรรมจะพัฒนาการเชื่อมต่อข้อมูลผู้ต้องหา กับหน่วยงานอื่น อย่างเช่น ระบบไบโอเมทริก ตรวจสอบใบหน้าบุคคลจะมีการหารือร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อพัฒนาร่วมกันภายในเดือน ก.พ.นี้ ให้เกิดการใช้งานอย่างทีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการตรวจสอบผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ และติดเงื่อนไข ห้ามเดินทางออกนอกราบอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย  จัดงาน “GLOBAL TELECOM AIoT SUMMIT 2026” 10 มิ.ย. นี้

สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย จัดงาน “GLOBAL TELECOM AIoT SUMMIT 2026” 10 มิ.ย. นี้