
ผงะ!นับศพทารกได้1,654 ซาก
เจ้าหน้าที่ นับซากทารกอีก 2 ตู้เก็บศพวัดไผ่เงิน ได้1,654 ศพ ตำรวจนำตัวสัปเหร่อ-ผู้ช่วยทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว
เจ้าหน้าที่ นับซากทารกอีก 2 ตู้เก็บศพวัดไผ่เงิน ได้1,654 ศพ ตำรวจนำตัวสัปเหร่อ-ผู้ช่วยทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว
เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า การนับซากศพทารกจากการทำแท้ง ที่ถูกซุกซ่อนไว้ ภายในโกดัง วัดไผ่เงินโชตนาราม ล่าสุดเมื่อเวลา 15 นาฬิกา เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง ทยอยนับซากศพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้ง 2 โกดัง ที่ตู้หมายเลข 9 นับได้ 950 ซาก และ ตู้ที่ 10 นับได้ 704 ซาก รวมจำนวน 1,654 ซาก โดยนับรวมกับครั้งก่อน จำนวน 348 ซาก รวมทั้งสิ้น 2002 ซาก โดยต่อจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำซากศพส่งสถาบันนิติวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อนำไปตรวจสอบกับซากที่พบก่อนหน้านี้ ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัว นายสุชาติ ภูมี และนายสุเทพ ชะบางบอน สองผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับกุม ในข้อหา ร่วมกันทำลายซ่อนเร้นพยานหลักฐานในการกระทำผิด เพื่อจะช่วยให้ผู้อื่นไม่ได้รับโทษ ซึ่งจะนำทั้งผู้ต้องหาทั้งสองคน ไปฝากขังที่ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในเวลา 10.00 น. วันพรุ่งนี้
ด้าน พ.ต.อ.เมธี รักษ์พันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสอง ยังไม่ให้การซัดทอดถึงผู้อื่น แต่ทั้งนี้จะต้องขยายผลต่อไปอีก ส่วนนายสุทิน ภูมี พ่อนายสุชาติ ที่ยังไม่ได้ออกหมายจับนั้น เนื่องจาก ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอในการมัดตัว
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.คณธัช มุสิกานนท์ รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของเจ้าหน้าทึ่ กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด กรณีนำซากศพเด็กทารก มาซุกซ่อนไว้ในโกดังเก็บศพ วัดไผ่เงินโชตนาราม ทั้งนี้จะต้องรอการสอบสวนปากคำจากผู้ต้องหา และพยานเพิ่มเติม ซึ่งในเบื้องต้น นายสุเทพ ชบางบอน และ นายสุชาติ ภูมี สองสัปเหร่อ ที่ถูกเตรียมออกหมายจับ ยังไม่ให้การซักทอดใครเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินการตรวจสอบแหล่งทำแท้งเถื่อน จากข้อมูลที่ได้ มีคลินิก 3 ถึง 4 แห่ง บริเวณรอบชานเมือง แต่จุดพิกัดไหนอย่างไรนั้น ไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากอาจทำให้เจ้าของสถานที่ดังกล่าว เกิดไหวตัว ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บหลักฐานและรายละเอียด โดยการถ่ายรูป และข้อมูล เพื่อนำมาสรุปก่อนดำเนินการจับกุม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร ร่วมกับ ปคม. และ ฝ่ายสืบสวนนครบาล 5 จะร่วมกันประชุม เพื่อติดตามคลี่คลายคดีดังกล่าวอีกครั้ง
หลังจากนั้น 15.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสุชาติ ภูมี อายุ 38 ปี ผู้ช่วยสัปเหร่อ และนายสุเทพ ชะบางบอน อายุ 46 ปี สัปเหร่อวัดไผ่เงิน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และชี้จุดที่เกิดเหตุ
โดยจุดแรกนายสุชาติ และนายสุเทพ ได้ชี้ ที่ช่องเก็บศพที่ 17 ที่ จากที่ได้ตรวจสอบพบครั้งแรก 348 ศพ จุดที่สอง นำชี้ช่องเก็บศพที่ 9 และช่องที่ 10 จากนั้นได้พาไปที่ประตูวัดฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นจุดที่สาม และเป็นจุดที่น.ส.ลัญฉกร หรือ “โกะ” จันทมนัส อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาทำแท้ง นำถุงศพทารกมาส่งให้ทั้ง 2 คน และจุดสุดท้าย ที่บริเวณหน้าเมรุ โดยการนำตัวชี้จุดเกิดเหตุ นายสุชาติ ยังคงยิ้มแย้มไม่มีอาการวิตก แต่ในส่วนของนายสุเทพ มีสีหน้าค่อนข้างเครียด
พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร เปิดเผยว่า จากการตรวจข้อมูลพยานหลักฐานชี้ชัดได้ว่า นายสุชาติ และสุเทพ มีความผิด จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว ในข้อหาร่วมกันทำลายซ่อนเร้น พยานหลักฐานในการกระทำผิด เพื่อช่วยให้ผู้อื่นไม่ได้รับโทษ ซึ่งต่อจากนี้จะสอบปากคำเพิ่มเติม ขยายผลว่าซักทอดถึงใคร เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี และจะนำตัวทั้งสองไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น.
ส่วนคดีทำแท้งจะรวบรวมพยานหลักฐานสำนวนคดีส่งให้สน.หนองแขมดำเนินคดี กับน.ส.ลัญฉกร หรือ “โกะ” จันทมนัส อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาทำแท้ง ส่วนนายสุทิน ภูมี ผู้ช่วยสัปเหร่ออีกคน เจ้าหน้าที่ยังไม่มีการออกหมายจับ เพราะยังไม่มีหลักฐานพยานชี้ชัดในการดำเนินการ ซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบอยู่ หากพบร่วมกระทำผิดจะดำเนินคดีทันที อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีต้องใช้เวลามากพอสมควร เพราะต้องรวบรวบพยานหลักฐานในการตรวจสอบศพทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้จำนวน 348 ศพ ก็ยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงวัดไผ่เงิน แต่ไม่พบว่ามีการซุกซ่อนศพทารก







