
พท.หนุนรัฐปรับโครงสร้างภาษี
พรรคเพื่อไทย สนับสนุน รัฐปรับโครงสร้างภาษี ลดช่องว่างชนชั้น เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
พรรคเพื่อไทย สนับสนุน รัฐปรับโครงสร้างภาษี ลดช่องว่างชนชั้น เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมช. คลัง ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่กระทรวงการคลังมีแนวคิดจะปรับโครงสร้างภาษีเป็นเรื่องที่ดี และ ควรจะดำเนินการมานานแล้ว ไม่อยากให้เป็นเพียงการหาเสียงก่อนที่จะยุบสภา ทั้งนี้จากข้อมูลที่ได้รับยังสับสน โดยจะมีการลดภาษีนิติบุคคลจากาก 30% เหลือ 18% และจะลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 37% เหลือ 25% แต่จะเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1% แทน ซึ่งไม่น่าจะเป็นแนวทางที่ถูก จุดประสงค์ของการปรับโครงสร้างภาษีนอกจากจะเป็นการหารายได้ให้รัฐแล้ว ยังเป็นเครื่องมือในการลดช่องว่างของผู้มีรายได้ของคนในชาติ ดังนั้น การที่จะลดภาษีนิติบุคคลลงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีภาษีนิติบุคคลสูงกว่าประเทศคู่แข่งมาก แต่ในขณะเดียวกันต้องมีการขยายฐานภาษีเพื่อให้นิติบุคคลที่ไม่ได้จ่ายภาษีเข้ามาจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มรายได้เข้ารัฐ และขจัดการหลบเลี่ยงภาษีของนิติบุคคล ส่วนการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็เช่นกัน
นายพิชัย กล่าวว่า กระทรวงการคลังก็ต้องขยายฐานภาษีเพื่อเพิ่มให้มีบุคคลธรรมดาเข้ามาจ่ายเพิ่ม เพราะถ้าดูจากข้อมูลปัจจุบัน ปรากฏว่ามีผู้เสียภาษีเพียง 60,000 คนเท่านั้นที่จ่ายภาษีถึงอัตราสูงสุดที่ 37% ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนถึง 50% ของภาษีรายได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด และมีเพียง 2,400 คนเท่านั้นที่จ่ายเกิน 10 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น เป็น 34% ของภาษีรายได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด การลดภาษีรายได้บุคคลธรรมดาลงโดยไม่เพิ่มฐานภาษีจะทำให้มีผู้ได้ประโยชน์มากๆ เพียง 60,000 คนเท่านั้น ในขณะที่เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม อีก 1% จะส่งผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศที่จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มการซื้อสินค้าและบริการ ดังนั้นการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเพิ่มภาษีแวตดังกล่าวไม่เพียงแต่จะไม่ลดช่องว่างของผู้มีรายได้ในประเทศเท่านั้น กลับจะเป็นการขยายช่องว่างรายได้ เพราะคนรวยจะรวยขึ้นเพราะจ่ายภาษีลดลง ขณะที่คนจนจะต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่มที่มากขึ้น
ดังนั้นจึงอยากให้กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรได้คิดให้รอบคอบ โดยอยากให้มีแผนงานในการเพิ่มฐานภาษีหรือจำนวนนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาอย่างเป็นรูปธรรมก่อนที่จะลดภาษีดังกล่าวลง และการที่จะเพิ่มภาษีมูลค่าก็น่าที่จะไปใช้ในการเพิ่มสวัสดิการให้กับประชาชนไม่ใช่เป็นการทดแทนรายได้ที่ลดลงจากการลดภาษีให้คนมีรายได้มาก ส่วนเรื่องการปรับปรุงภาษีในการส่งเสริมการลงทุนนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและได้เรียกร้องมาตลอด แต่ ไม่ใช่ยกเลิกทั้งหมด โดยอยากให้คงสิทธิสำหรับธุรกิจที่เป็นอนาคตของประเทศต่อไป โดยรัฐบาลจะต้องพิจารณาว่าธุรกิจใดบ้างที่จะเป็นอนาคตของประเทศที่สมควรได้รับการส่งเสริม โดยยึดหลักมูลค่าเพิ่ม และ ผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก







