
ปีหน้าไทยยังหืดจับแต่โต
5 บิ๊กเล็งเศรษฐกิจปี 2554 ยังมีปัจจัยลบ แต่เชื่อยังเติบโต 4-5%
5 บิ๊กเล็งเศรษฐกิจปี 2554 ยังมีปัจจัยลบ แต่เชื่อยังเติบโต 4-5%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการสัมมนา “ซีอีโอ 2011” ว่า ปีหน้ายังมีปัจจัยลบทั้งในและนอกประเทศกระทบไทย ทาง ธปท.จึงเตรียมศึกษาสร้างเสถียรภาพ 7 ด้าน คือ การดูแลเสถียรภาพต่างประเทศ ดูแลสินเชื่อและฐานะการเงินของระบบสถาบันการเงิน ดูแลฐานะหนี้ของภาคครัวเรือน ดูแลราคาภาคอสังหาริมทรัพย์ ดูแลราคาหลักทรัพย์ ดูแลฐานะการเงินของภาคธุรกิจและฐานะการคลังและหนี้สาธารณะของประเทศ เพื่อเสถียรภาพเติบโตเศรษฐกิจไทย และยกระดับการอยู่ดีกินดี
คาดเศรษฐกิจปีหน้าจะโตได้ 4-5% ส่วนปีนี้โตกว่า 7%
ปีหน้าประเทศไทยยังเผชิญกับการท้าทายทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งในประเทศ ปัญหาการเมืองยังเป็นเรื่องสำคัญ แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียและไทย ค่อนข้างฟื้นตัวดี ปัญหาในสหรัฐทำให้เงินทุนย้ายมาเอเชีย ต้องทำให้เกิดโอกาสในวิกฤติ เร่งปรับตัว 3 เรื่อง ได้แก่ เพิ่มลงทุนทั้งรัฐและเอกชน การเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และวางนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคให้ยืดหยุ่น
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. กล่าวว่า เสถียรภาพรัฐบาลและปัญหาเศรษฐกิจต่างประเทศยังมีความเสี่ยงมากปีหน้า ส่วนราคาน้ำมันปีหน้าเฉลี่ยไม่เกิน 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ไม่กระทบอุตสาหกรรมและขนส่งมาก แต่การได้มาของน้ำมันจะยากขึ้นและแพงขึ้น ทำให้ต้องมาหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนและทดแทนอย่างจริงจัง
นายกานต์ ตระกูลฮุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี กล่าวว่า รัฐบาลต้องหันมาให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนามากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่วนเงินบาทแข็งไม่กระทบ การส่งออกคาดยังโต และมองว่าเงินบาทอาจแข็งขึ้นไป 25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เหมือนก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง
โดยในส่วนของเอสซีจีปีหน้าจะลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาประมาณ 1,000 ล้านบาท และที่สำคัญต้องสร้างแบรนด์
ในปีหน้ามองว่าภาคเกษตรจะดีขึ้น รวมทั้งอุตสาหกรรมก่อสร้างและบริการ อย่างปริมาณการใช้ซีเมนต์ถือเป็นตัววัดเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเติบโต 12% และปีหน้าคาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% หลังจากมีความต้องการลดลงมาตลอดตั้งแต่ปี 49นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ปีหน้าอสังหาริมทรัพย์ยังโตกว่า 10% หรือมีความต้องการที่อยู่อาศัยอีกประมาณ 99.5 หมื่นยูนิต มูลค่า 2.53 แสนล้านบาท และ ส่วนคอนโดมิเนียมยังไม่เป็นฟองสบู่ เพราะมีเก็งกำไรแค่ 15% ขณะนี้ความต้องการซื้อเพื่ออยู่คิดเป็นสัดส่วน 70% ซื้อเพื่อเก็งกำไรเพียง 15% เท่านั้น
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปี 2554 เศรษฐกิจจะขยายตัวกว่า 4.5% ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ตามคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากรัฐบาลยังใช้งบขาดดุลกว่า 4 แสนล้านบาทโดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การลงุทนด้านโลจิสติกส์ ชลประทาน
สำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 2553 จะเติบโตได้ต่ำกว่า 7% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 7.5% เนื่องจากผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย วาตภัยที่คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวลดลง 0.3%







