
คนใต้อ่วมสินค้าขยับเท่าตัว
ประชาชนชาวใต้กระอักสินค้าทุกชนิดพาเหรดขยับราคาเท่าตัวช้ำเติมผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ประชาชนชาวใต้กระอักสินค้าทุกชนิดพาเหรดขยับราคาเท่าตัวช้ำเติมผู้ประสบภัยน้ำท่วม
พ่อค้าแม่ค้าที่เปิดแผงขายพืชผักในตลาดสดเทศบาลนครตรังต่างปรับราคาเพิ่มสูงเท่าตัว โดยราคาถั่วฝักยาว จากเดิมขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท แต่หลังจากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสปรับตัวสูงถึงกิโลกรัมละ 30 บาท หรือ เพิ่มขึ้นถึงกิโลกรัมละ 10 บาท หัวไชเท้า จากเดิมขายกิโลกรัมละ 18 บาท ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 27 บาท หรือเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 9 บาท และแตงกวา จากเดิมขายอยูที่กิโลกรัมละ 12 บาท ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 16 บาท หรือเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท
ขณะที่ข้าวสารและไข่ไก่ ก็ได้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน แต่ยังไม่เป็นที่กระทบต่อผู้บริโภคในจังหวัดตรังมากนัก โดยมีสาเหตุมาจากการที่ทางภาคอีสาน และภาคกลาง ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้ข้าวสาร และไข่ไก่ขาดตลาด ประกอบกับมียอดขายที่สูงขึ้น เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนได้ซื้อสินค้าดังกล่าว ไปเก็บกักตุนไว้ในช่วงยังเกิดสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งยังมีประชาชนอีกบางกลุ่ม ได้ซื้อข้าวสารและไข่ไก่ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วยเช่นกัน
ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดต่างๆในจังหวัดพัทลุงต่างก็ปรับราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะพืชผัก เนื้อ ไข่ ปรับราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนร้อน โดยล่าสุดขณะนี้ ราคาสินค้าอุปโภค- บริโภค ในตลาดสดต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง ได้ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้เนื้อหมู จากเดิมราคา กิโลกรัมละ 100 บาท ได้ปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 120 บาท น้ำมันพืช 33 บาท ขยับเป็น 40 บาท ส่วนพืชผักชนิดต่าง ๆ ได้ปรับราคาสูงขึ้น เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3 -5 บาท ในขณะที่ราคาไข่ไก่ ปรับขึ้นฟองละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังพบว่าสินค้าต่าง ๆ ไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคาที่ชัดเจน
นายพิสิษฐ บุญช่วง ผวจ.พัทลุง กล่าวว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงตรวจตราและเอาจริงกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด พ่อค้า แม่ค้า ที่ฉวยโอกาส ขึ้นราคาสินค้าซ้ำเติมชาวบ้านในช่วงประสบอุทกภัย หากตรวจพบว่าไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า ให้ชัดเจน ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับขั้นเด็ดขาด







