posttoday
เราจะซื่อตรงต่อหน้าที่และประชาชน

เราจะซื่อตรงต่อหน้าที่และประชาชน

18 พฤศจิกายน 2553

....พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์

ถึงแม้ว่าจะมีการตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน มาตั้งแต่ปี 2546 หรือเมื่อ 7 ปีมาแล้ว แต่ทุกฝ่ายต้องยอมรับว่า “ประโยชน์สุข” ของประชาชนที่เป็นสุดยอดปรารถนา ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ เพราะการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมของข้าราชการ เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานด้วยตนเอง และสร้างความซื่อสัตย์สุจริต ขยัน อดทน มีความรับผิดชอบ มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้บรรลุผลอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเอื้อต่อการพัฒนาระบบราชการตามเป้าหมาย “ยังไม่เกิดขึ้น”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกฝัง “คุณค่า” ให้กับข้าราชการในเรื่องความซื่อตรงต่อหน้าที่ในการรับใช้ประชาชนและการปฏิบัติตนตามคำมั่นสัญญา ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวข้าราชการของรัฐ ยังไม่มีความชัดเจน

ในเรื่องนี้ สมัยที่กระแสการพัฒนาระบบราชการเริ่มแรงในปี 2546 คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเคยเสนอค่านิยมข้าราชการไทยยุคใหม่ว่า “I AM READY” โดย I หมายถึง Integrity และให้ความหมายว่า “ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี” แต่ก็ขาดการปลูกฝังค่านิยมเหล่านั้นกันอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ดี “Integrity” ในภาษาอังกฤษมีความหมายลึกซึ้งมากกว่านั้น ซึ่งท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้อธิบายไว้ว่า

“Integrity มาจากรากคำศัพท์ภาษาละตินว่า Integer แปลว่า ครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อพิจารณาแล้วจะได้ความหมายว่า “คนที่จะเป็นคนเต็มคนนั้นต้องมี Integrity เป็นคุณธรรมประจำตัว” และให้ความหมายว่า การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม โดยต้องมีความหนักแน่น ความน่าเชื่อถือ ความยึดมั่นในหลักการและความถูกต้อง”

นอกจากนั้น ท่านยังแนะนำแนวทางการสร้าง Integrity ในสังคมอังกฤษว่า ต้องปลูกฝังคติธรรม 7 ประการ คือ สัจจะพูดความจริง ความซื่อสัตย์สุจริต ความระลึกในหน้าที่ ความอดทนอดกลั้น ความเป็นธรรม ความเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเมตตาธรรม ตั้งแต่เด็กๆ

ขณะเดียวกัน นักวิชาการชาวอเมริกันได้อธิบายว่า สหรัฐอเมริกาวางระบบการปลูกฝัง Integrity ตั้งแต่บนโต๊ะอาหารในบ้านไปจนถึงระดับชุมชนวิชาชีพ ด้วยวรรคทองที่ว่า “เราจะไม่โกหก ไม่โกง ไม่ขโมย และจะไม่ยอมที่จะให้ผู้ใดทำเช่นนั้น” ซึ่งสื่อความหมายที่ชัดเจน และนำไปสู่การปฏิบัติจนเป็นวัฒนธรรมของชาติได้ง่าย

ส่วนรัฐบาลมาเลเซียได้ให้ความหมาย Integrity ไว้ใน “National Integrity Plan” ว่า หมายถึง “การบ่งบอกถึงคุณภาพเชิงประจักษ์ของความดีแบบองค์รวม และพฤติกรรมที่มีความสำคัญของบุคคลและองค์กร ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ชุดของคุณค่าที่ดีงาม และแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน”

ขณะเดียวกันได้ให้ความหมาย Integrity สำหรับตัวบุคคลว่า หมายถึง “ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของการพูดและการกระทำของบุคคล ซึ่งการกระทำดังกล่าวของบุคคลนั้นจะเป็นไปตามศีลธรรม คุณธรรม กฎหมาย และไม่เป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อผลประโยชน์ของส่วนรวม”

Integrity ในมิติขององค์กร หมายถึง “สิ่งที่จะชี้ให้เห็นถึงแนวทางการหล่อหลอมและปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติต่างๆ ตามกระบวนการและภาระงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งองค์กรนั้นจะต้องปลูกฝังสั่งสอนให้สมาชิกในองค์กรปฏิบัติตามแนวทางนั้นจนเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นวัฒนธรรมขององค์กรในระยะต่อไป”

ถ้าพิจารณาในหลักคุณธรรมของชาติไทย ธรรมของผู้ปกครอง คือ ทศพิธราชธรรม ได้กล่าวถึงความประพฤติที่สำคัญของชนชั้นปกครองที่ต้องดำรงไว้ 2 ประการ ได้แก่ “อาชวะ” ความซื่อตรง และ “อวิโรธนะ” ความไม่คลาดแคล้วจากธรรม

นอกจากนั้น “หลักราชการ” 10 ประการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนิพนธ์พระราชทานให้กับข้าราชการไทยเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2457 ได้ระบุ “ความซื่อตรง” ไว้ 2 ประการ คือ ความซื่อตรงต่อหน้าที่ และความซื่อตรงต่อบุคคลทั่วไป โดยทรงอธิบายว่า

“ความซื่อตรงต่อหน้าที่ คือ ตั้งใจกระทำกิจการซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหน้าที่ของตนโดยซื่อสัตย์สุจริต ใช้ความอุตสาหวิริยภาพเต็มสติกำลังของตน ด้วยความมุ่งหมายให้กิจกรรมนั้นๆ บรรลุซึ่งความสำเร็จโดยอาการอันงดงามที่สุดที่พึงมีหนทางปฏิบัติได้”

และ “ความซื่อตรงต่อบุคคลทั่วไป หมายถึง ประพฤติซื่อตรงต่อคนทั่วไป รักษาตนให้เป็นคนควรเขาทั้งหลายจะเชื่อถือได้ โดยรักษาวาจาสัตย์พูดอะไรเป็นมั่น ไม่เหียนหันเปลี่ยนแปลง คำพูดไปเพื่อความสะดวกเฉพาะครั้ง ๑ คราว ๑”

จากที่กล่าวมาทั้งหมด อาจอนุมานได้ว่า “ความซื่อตรง” ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ในหลักราชการ มีความสอดคล้องกับความหมายของ Integrity ซึ่งนานาอารยประเทศใช้เป็นค่านิยมที่สำคัญในการส่งเสริมธรรมาภิบาลหรือการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้การบริหารราชการแผ่นดินมีธรรมาภิบาล วุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ได้ร่วมมือกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรมหรือศูนย์คุณธรรม จัดการสัมมนา “ระดมความคิดเพื่อจัดทำแผนพัฒนาความซื่อตรงแห่งชาติ” ขึ้น 3 ครั้ง จนตกผลึกในความคิดร่วมกันว่า ควรมีการจัดทำโครงการ “องค์กรต้นแบบความซื่อตรงในภาครัฐ” ขึ้น โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรับเป็นเจ้าภาพ และศูนย์คุณธรรมเป็นผู้สนับสนุนด้านวิชาการ

สำหรับแนวความคิดในการจัดทำโครงการนั้น ได้เชิญชวนให้ส่วนราชการต่างๆ เสนอชื่อบุคคลที่มีความซื่อตรงต่อหน้าที่และซื่อตรงต่อบุคคลทั่วไปเป็นที่ประจักษ์ เข้าร่วมโครงการ มีส่วนราชการ 22 แห่ง ส่งชื่อบุคคลและหน่วยงานเข้าร่วมโครงการนี้ โดยมีทั้งผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับต้น

ขั้นต่อไป ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเชิญผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 22 ท่านมาร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อระดมความคิดหาชุดความรู้ในการพัฒนาคนในองค์กรให้มีความซื่อตรง ด้วยการน้อมนำพระราชนิพนธ์ “หลักราชการ” และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสต่างๆ มาเป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยจะมีนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ถอดชุดความรู้ให้

หลังจากให้ทุกท่านได้นำชุดความรู้ที่เหมาะสมกับองค์กรของตน ไปทดลองปฏิบัติประมาณ 3 เดือน ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเชิญบุคคลเหล่านี้ กลับมาสัมมนาเพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรอีกครั้งหนึ่ง และให้นำกลับไปทดลองปฏิบัติอีกประมาณ 3 เดือน

ในขั้นสุดท้าย บุคคลและองค์กรต้นแบบจะนำเสนอกระบวนการพัฒนาองค์กรต้นแบบความซื่อตรงในภาครัฐต่อสาธารณะในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ที่ศูนย์คุณธรรมจะจัดขึ้นในเดือน ก.ค. 2554 และรณรงค์ให้มีการขยายผลไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนอื่น ที่มีความสนใจในการสร้างความซื่อตรงให้เป็นสัญลักษณ์ขององค์กร

โดยสรุปแล้ว โครงการ “องค์กรต้นแบบความซื่อตรงในภาครัฐ” เป็นจุดเริ่มต้นของการเติมเต็มความเป็นคนที่สมบูรณ์ให้กับข้าราชการผู้ใช้อำนาจรัฐทำงานเพื่อประชาชน โดยให้คำมั่นสัญญากับประชาชนว่า

“เราจะซื่อตรงต่อหน้าที่และซื่อตรงต่อประชาชน” และพร้อมที่จะปฏิบัติตนเป็น “แบบอย่าง” เพื่อให้บุคคลอื่นได้นำไปปฏิบัติตาม ด้วยความเต็มใจ

เมื่อถึงจุดนั้น เราคงจะเห็น “รอยยิ้มของประชาชน” ซึ่งเป็นเป้าหมายของการพัฒนาระบบราชการได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท