
มูลนิธิเพื่อนหญิงร้องรมว.ศธ. ครูล่วงละเมิดเด็ก
มูลนิธิเพื่อนหญิง พร้อมด้วยเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้า ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กชุมช บุกกระทรวงศึกษาธิการ ยื่นจดหมาย เรียกร้องให้ รมว.ศธ.ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในสถานศึกษา
มูลนิธิเพื่อนหญิง พร้อมด้วยเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้า ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กชุมช บุกกระทรวงศึกษาธิการ ยื่นจดหมาย เรียกร้องให้ รมว.ศธ.ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในสถานศึกษา
นายสุชาติ ตระกูลหูทิพย์ ผู้ประสานงานโครงการสนับสนุนเครือข่ายชุมชน มูลนิธิเพื่อนหญิง เปิดเผยว่า ขณะนี้ สื่อลามก อนาจาร ในครอบครัว สังคม และสถาบันการศึกษา มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เด็กและเยาวชนหลีกเลี่ยงจากสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ได้ยาก ก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรงทางเพศตามมา ทั้งถูกลวนลาม ข่มขืนกระทำชำเรา รุมโทรม บางรายถูกกระทำซ้ำเพราะผู้กระทำถ่ายคลิปวิดีโอ รวมทั้งการล่อลวง ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการข่มขู่
นายสุชาติ กล่าวว่า หากดูจากจำนวนข่าวปี 2552 ที่เก็บจากหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ คือ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด มติชน และคมชัดลึก พบว่า มี ข่าวการละเมิดทางเพศมากถึง 271 ข่าว ในจำนวนนี้เป็นข่าวความสัมพันธ์ของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำที่เป็นครูกับลูกศิษย์ จำนวน 12 ข่าว หรือ 4.4 % ของข่าวทั้งหมด แบ่งตามเหตุการณ์ คือ กรณีข่าวข่มขืนกระทำชำเรา จำนวน 8 ข่าว โดยมีกรณีที่น่าสลดใจคือครูข่มขืนนักเรียน 2 คน จนตั้งครรภ์ และพยายามข่มขืนรายใหม่ แต่โชคดีที่เด็กนำเรื่องบอกผู้ปกครองก่อน , กรณีครูสอนศิลปะโรงเรียนคนหูหนวกข่มขืนนักเรียนหญิงที่เป็นใบ้ และกรณีข่าวอนาจาร จำนวน 4 ข่าว ได้แก่ ครูสอนดนตรีไทยอนาจารนักเรียนหญิง, ครูพละอนาจารนักเรียนหญิง 2 คน, ครูศิลปะอนาจารนักเรียนชาย 4 คน และครูอนาจารนักเรียนชาย 2 คน ทั้งนี้ลักษณะการละเมิดทางเพศเด็กส่วนใหญ่จะใช้ความเป็นครูเรียกลูกศิษย์มาพบและพยายามก่อเหตุ เมื่อก่อเหตุแล้วจะปิดปากเด็กและหวังกระทำต่อเนื่องด้วยการซื้อมือถือให้ บางรายใช้เกรดมาเป็นข้อบังคับ
“เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น หลายโรงเรียนจะแก้ปัญหาให้นักเรียนออกจากโรงเรียนเพื่อปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้น โดยไม่มีกลไกเข้ามาให้ความเป็นธรรม ที่สำคัญไม่มีการลงโทษครูที่ก่อเหตุอย่างจริงจัง ทำให้ครูหลายรายไปกระทำซ้ำกับเด็กอื่นอีก ซึ่งมักจะมีพฤติกรรมการกระทำกับเด็กหลายคนอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากที่มูลนิธิเพื่อนหญิงเคยให้ความช่วยเหลือ ครูกระทำอนาจารกับลูกศิษย์ทีเดียวถึง 9 คน และที่น่าเป็นห่วงคือผู้ถูกกระทำเป็นเด็กและเยาวชนที่แนวโน้มอายุน้อยลงเรื่อยๆ เชื่อว่ายังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ปิดบังไม่กล้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี” นายสุชาติ กล่าว
ด้าน นายพิเชษฐ์ อดุลย์เศรณี แกนนำเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้า ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวทำให้มีผลกระทบต่อจิตใจ และความเหลี่ยมล้ำทางเพศของผู้เสียหายอย่างมาก ดังนั้นกระทรวงศึกษาจึงต้องมีบทบาทหน้าที่ในการหล่อหลอมค่านิยม แนวคิดมิติหญิงชายที่ถูกต้องให้กับเด็กและเยาวชนรองจากสถาบันครอบครัว ซึ่งต้องทำอย่างจริงจังและเป็นกระบวนการตั้งแต่ระดับประถม มัธยมจนถึงอุดมศึกษา
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า เครือข่ายฯ ขอเสนอแนวทางเพื่อให้กระทรวงได้พิจารณา คือ 1.ต้องมีระบบในการคุ้มครองผู้เสียหายในกรณีความผิดเกี่ยวกับเพศที่ร้องเรียนในสถาบันการศึกษาอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เสียหาย ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม มากกว่าการคำนึงถึงชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา 2. ให้นำกฎสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ.2553 มาปรับใช้ในกฎที่มีอยู่ของกระทรวงศึกษาธิการ และ 3. ขอให้เร่งพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ที่มีเนื้อหาส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย ให้เกียรติผู้หญิง และเปลี่ยนวิธีคิดแบบชายเป็นใหญ่ โดยบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนทุกระดับชั้น
ในขณะที่ นายชินวรณ์ กล่าวภายหลังจากการรับข้อเสนอ ว่า จะนำเรื่องทั้งหมดไปพิจารณา และเอาผิดกับครู อาจารย์ ซึ่งถือเป็นส่วนน้อย ที่กระทำความรุนแรงต่อเด็กนักเรียน เพราะการใช้ตำแหน่งอำนาจหน้าที่รังแกเด็ก หรือผู้ร่วมงานที่มีตำแหน่งน้อยกว่าถือเป็นการใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตามจะร่วมรณรงค์การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชายให้เคารพสิทธิความเท่าเทียมของผู้หญิง เช่นกัน







