
พยานชี้ตัวมือยิงน.อ.ไม่ถูกต้อง
พยานยังชี้ตัวผู้ต้องสงสัยมือยิงน.อ.ไม่ถูกต้อง ส่วนรถยนต์ ยังยืนยันเหมือนที่ให้การในครั้งแรก
พยานยังชี้ตัวผู้ต้องสงสัยมือยิงน.อ.ไม่ถูกต้อง ส่วนรถยนต์ ยังยืนยันเหมือนที่ให้การในครั้งแรก
วานนี้ (16 พ.ย.) เวลา 17.30 น. ที่สน.ห้วยขวาง พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้เรียกตัวพยานที่เห็นเหตุการณ์ ขณะที่คนร้ายกำลังขับรถไล่ยิงรถยนต์ขอน.อ.วุฒิชัย บุญฤทธิ์ ซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ มาดูรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลผาด สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ของ ร.ต.อ.เจษฏา เจตภรณ์ หลังเจ้าหน้าที่ติดตามไปอายัดมาจากบ้านพักย่านลำลูกกา โดยพยานได้เดินดูรถยนต์ของ ร.ต.อ.เจษฎา รวมทั้งรถยนต์ของกลาง ที่จอดอยู่ภายในลานจอดรถของสน.ห้วยขวาง
ทั้งหมดโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก่อนยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า ไม่พบรถยนต์ของคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง น.อ.วุฒิชัย ซึ่งเป็นรถยนต์ ยี่ห้อโฟลก์ สีเข้ม รุ่นใหม่ เจ้าหน้าที่จึงพาตัวไปลงบันทึกว่าได้มาชี้ยืนยันรถยนต์ ซึ่งยังขอยืนยันว่าเป็นรถโฟลก์ สีเข้ม รุ่นใหม่
พล.ต.ต.สุเมธ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. ให้ตนมาดูแลพยานในคดีนี้ โดยให้มีการชี้ตัวบุคคล และรถยนต์ของผู้ต้องสงสัย โดยหลังจากเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ถูกกล่าวหา พร้อมบุคคลอื่น รวมแล้วทั้งหมด 6 คนมาให้พยานชี้ตัว แต่ปรากฎว่า พยานยังชี้ตัวผู้ต้องสงสัยได้ไม่ถูกต้อง
ส่วนรถยนต์ หลังจากพยานเดินดูแล้ว ก็ยังยืนยันเหมือนที่ให้การในครั้งแรกว่า คนของคนร้ายเป็นรถโฟลก์ สีเข้ม อยู่ ซึ่งการชี้ตัวร.ต.อ.เจษฎา ครั้งนี้เราทำด้วยความโปร่งใส หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนคงต้องรวบรวมพยานหลักฐานในการทำสวนคดีต่อ ส่วน ร.ต.อ.เจษฏา นั้นขณะนี้ ผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้ไปช่วยราชการที่ บก.น.1 จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิน เนื่องจาก ร.ต.อ.เจษฏา มีอำนาจในการทำคดี จะได้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย







