
นครฯ-สุราษฎร์ฯเสี่ยงดินถล่ม
อุทยานยันดินแยกฉวางรอยเก่า ชาวนาโวยขอชดเชยไร่ละ5พัน
โพสต์ทูเดย์
— ฝนตกหนัก นครศรีธรรมราชสุราษฎร์ธานี ดินถล่มหมู่บ้านสวนยางพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เป็น 2 พื้นที่เสี่ยงการเกิดดินถล่มจากฝนที่ตกหนักมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ อ.ไชยา ดินเลื่อนไหลลงมาทับบ้านในซอยบ้านทับเที่ยง ต.ปากหมาก จำนวน 4 หลัง ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับอันตราย นอกจากนี้ยังไหลลงมาทับถนนในซอยวังบัวตูม เส้นทางขาด 4 กิโลเมตร
ขณะที่ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เกิดดินถล่มพื้นที่ปลูกยางพารา บริเวณเทือกเขาหลวง บ้านแมงผอง หมู่ 4 ต.พิปูน อ.พิปูน สวนยางได้รับความเสียหาย 2 ไร่ ทางอำเภอได้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
อุทยานแห่งชาติเขาหลวงยืนยันว่ารอยแยกบนเทือกเขาหลวง ระยะทาง 2 กิโลเมตร ในพื้นที่ ต.ละอาย อ.ฉวาง เป็นเพียงรอยแยกดินเก่าจากเหตุการณ์ภูเขาถล่มเมื่อปี 2531 ไม่ใช่รอยแยกที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แต่อย่างใด
นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่ที่นาซึ่งได้รับผลกระทบน้ำท่วมเสียหายไร่ละ 2,098 บาท ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนจริง ควรเพิ่มวงเงินชดเชยอีก 1 เท่าตัว ที่ไร่ละ 5,000 บาท
“
ความเสียหายในพื้นที่ที่นาภาคกลางเป็นเพราะความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล แต่กลับพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย จึงถือว่าไม่เป็นธรรม” นายวิเชียร กล่าวอุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐบาลอ้างว่าสวนยางมีต้นทุนระยะเวลาการปลูกถึง 7 ปี จึงต้องจ่ายเงินชดเชยสูงกว่านาข้าวที่มีระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวเพียง 34 เดือน ไม่ใช่เหตุที่จะนำมาอ้าง แต่ควรคิดที่ฐานต้นทุน
ด้านนางปรีชาวรรณ กองสงฆ์ เกษตรกร ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า อยากขอร้องรัฐบาลให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรผ่อนผันพักชำระหนี้ให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 3 ปี
นางปรีชาวรรณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้อยากขอให้พักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้านที่ชาวบ้านไปกู้เงินกองทุนเงินล้าน หรือกองทุนหมู่บ้านไป เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องคืนเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งชาวบ้านถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ทำให้ไม่มีเงินมาคืนกองทุนหมู่บ้านในช่วงนี้







