posttoday
ฮัทช์เมินขายซีดีเอ็มเอ4พันล.

ฮัทช์เมินขายซีดีเอ็มเอ4พันล.

17 พฤศจิกายน 2553

ฮัทช์ ล้มดีล กสทฯ เมินขาย 4,000 ล้านบาท เล็งเปลี่ยนเทคโนโลยีสู่เอชเอสพีเอ เปิดทางเอกชนเช่าใช้แทน

ฮัทช์ ล้มดีล กสทฯ เมินขาย 4,000 ล้านบาท เล็งเปลี่ยนเทคโนโลยีสู่เอชเอสพีเอ เปิดทางเอกชนเช่าใช้แทน

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท ฮัทชิสัน อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือฮัทช์ ปฏิเสธขายฮัทช์ให้กับ กสทฯ ในราคา 4,000 ล้านบาท ตามที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ต้องการ โดยฮัทช์ยืนยันขายในราคาเดิม คือ 7,200 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปฏิเสธดีลราคาครั้งนี้ทำให้ กสทฯ ต้องยุติการเจรจาดังกล่าว ซึ่งแผนต่อจากนี้ในเบื้องต้นมี 2 แนวทาง คือ กสทฯ ต้องเปลี่ยนเทคโนโลยีจากซีดีเอ็มเอ มาเป็น 3จี บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ หรือเอชเอสพีเอ และจะใช้รูปแบบการใช้โครงข่ายร่วมกับบริษัท ทีโอที และคู่สัมปทานอย่างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และทรูมูฟ เป็นต้น

สำหรับแนวทางนี้ กสทฯ สามารถใช้เสาและสถานีฐานเดิมของระบบซีดีเอ็มเอได้ ซึ่งทำให้ใช้เงินลงทุนเพียง 2,000 ล้านบาท ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน 7,100 ล้านบาทที่ได้ลงทุนกับระบบซีดีเอ็มเอใน 51 จังหวัดไปแล้ว เพราะมีเพียง 30% เท่านั้นที่เป็นตัวอุปกรณ์ ที่เหลือเป็นเสาและสถานีฐาน ซึ่งสามารถใช้งานต่อได้ ดังนั้น หากเปลี่ยนเทคโนโลยีก็จะใช้เงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ กสทฯ จะทำหน้าที่เหมือนทีโอที คือ เปิดให้เอกชนเช่าใช้โครงข่ายเพื่อทำตลาดในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ

แนวทางที่ 2 คือ เดินหน้าให้บริการซีดีเอ็มเอต่อไป โดย กสทฯ จะลงทุนโครงข่ายในส่วนของ 25 จังหวัด คาดว่าจะใช้งบประมาณ 7,900 ล้านบาท ใช้เวลา 2 ปี ในการติดตั้งโครงข่ายทั้งหมด ซึ่งจุดอ่อนของแนวทางนี้ คือ กสทฯ ต้องแข่งกับระบบ 3จี ที่หากมีการเปิดประมูล 3จี ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย มีโครงข่ายอยู่แล้ว ดังนั้น กสทฯ จึงไม่สามารถสู้ได้อย่างแน่นอน

“ทั้งสองแนวทางยังอยู่ระหว่างการศึกษา โดยตั้งเป้าได้ข้อสรุปภายในเดือนหน้า” นายจิรายุทธ กล่าว

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการ หรือบอร์ด ได้อนุมัติให้ดีแทค และทรูมูฟให้บริการเอชเอสพีเอเชิงพาณิชย์ได้แล้วแต่ให้รอการหารือเรื่องข้อกฎหมายคณะกรรมการมาตรา 22 และ 13 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วม รหือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ซึ่งคาดว่าตจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงการอัพเกรดเทคโลยีไม่ใช่การร่วมทุนใหม่แต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ทรูมูฟจะเข้าซื้อฮัทช์นั้น ไม่เกี่ยวกับกสทฯ เพราะเป็นการเจรจาระหว่างทรูมูฟกับบริษัทแม่ของฮัทช์ อย่างไรก็ตาม มองว่าไม่คุ้มค่า เพราะหากทรูมูฟซื้อฮัทช์ก็ต้องให้บริการซีดีเอ็มเอต่อไป ไม่เกี่ยวกับการมีสิทธิ์ในคลื่นความถี่ เพราะสัญญาฮัทช์เป็นสัญญาการทำตลาด ซึ่งหากจะเปลี่ยนแปลงต้องผ่านการอนุมัติจากบอร์ด กสทฯ เสียก่อน และแม้จะเปลี่ยนแปลงเทคโนโลนีได้ แต่ระยะเวลบา 5 ปีที่เหลือของสัญญาทรูมูฟก็ไม่คุ้มค่า เพราะขณะนี้ฮัทชมีหนี้สะสมเกือบ 3 หมื่นล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท