
ค้านตั้ง“วิเชียร” เป็นปลัด มท.
บิ๊กคลองหลอด รับตบเท้ายื่นหนังสือร้อง “มาร์ค” ค้านตั้ง“วิเชียร” เป็นปลัด ซัดเป็นผู้นำองค์กรไม่ได้ อัด “ปู่จิ้น” มุบมิบตั้ง “วิเชียร” ปิดทางไม่เปิดทางคัดสรรผู้มีสิทธิ
บิ๊กคลองหลอด รับตบเท้ายื่นหนังสือร้อง “มาร์ค” ค้านตั้ง“วิเชียร” เป็นปลัด ซัดเป็นผู้นำองค์กรไม่ได้ อัด “ปู่จิ้น” มุบมิบตั้ง “วิเชียร” ปิดทางไม่เปิดทางคัดสรรผู้มีสิทธิ
นายจาดุร อภิชาตบุตร หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย และนายกสมาคมข้าราชการพลเรือน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนเองพร้อมด้วยข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย อาทิ นายปรีชา บุตรศรี นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ นายประชา เตรัตน์ น.ส.เรืองวรรณ บัวนุช ผู้ตรวจราชการ และนายพระนาย สุวรรณรัตน์ รองปลัดกระทรวง ได้ยื่น หนังสือขอความเป็นธรรมต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงการแต่งตั้งนายวิเชียร ชวลิต อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวง เพราะต้องการรักษาระบบและต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ในเมื่อออกมาเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะรัฐมนตรีไม่ยอมฟัง ก็ต้องใช้ระบบที่เหนือกว่าตัดสิน คือ นายกรัฐมนตรีที่ถือเป็นผู้บริหารสูงสุด เพราะการที่ รมว.มหาดไทยเสนอชื่อนายวิเชียรเป็นปลัดกระทรวงเช่นนี้ ทำให้ขวัญกำลังใจของข้าราชการตกต่ำเป็นอย่างมาก เพราะฝ่ายการเมืองเลือกใช้ที่ใกล้ชิดคนเพียงไม่กี่คนซ้ำไปซ้ำมา โดยไม่คำนึงถึงประสบการณ์และผลงาน หากวันนี้ไม่แต่งตั้งนายวิเชียร แล้วเอานายธานี สามารถกิจ รักษาการผู้ว่าฯ บุรีรัมย์มาเป็นปลัดกระทรวงแล้วจะทำอย่างไร
“ผมไม่เชื่อนายวิเชียรจะมีความสามารถ แต่นายวิเชียรอาจทำงานกับคนบางคนได้ดี แต่หากทำงานตามระบบ ปกติไม่เชื่อจะมีความรู้ความสามารถเป็นผู้นำได้ เพราะการมาเป็นผู้นำจะต้องนำองค์กร ต้องมีความรู้ความสามารถ ที่สำคัญตำแหน่งปลัดกระทรวงคือกลไกในการบริหารราชการ ไม่ใช่กลไกของการเมือง ผมคิดว่า ถ้าฝ่ายบริหารเห็นแก่กระทรวงมหาดไทยก็น่าจะทำอะไรได้ดีมากกว่านี้” นายจาดุร กล่าว
ทั้งนี้หากกฝ่ายการเมืองเลือกนายขวัญชัย วงศ์นิติกร รองปลัดกระทรวง รักษาการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงไทยตัวจริงน่าจะรับได้ เพราะดีกว่านายวิเชียร ส่วนที่มีการมองว่า นายขวัญชัยใกล้ชิดฝ่ายการเมืองนั้น ตนเองคิดว่าการเป็นข้าราชก็ต้องใกล้ชิดกับการเมืองอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดจะมีเส้นแบ่งและมรรยาทควรอยู่จุดใด ซึ่งคนที่เป็นข้าราชการก็ต้องมีสำนึก และศักดิ์ศรีพอสมควร
ทั้งนี้ใจความในหนังสือตอนหนึ่งระบุว่า “การที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่าไม่มีกฎหมายว่าต้องแต่งตั้งผู้มีลำดับอาวุโส แต่มีหนังสือ ก.พ.ที่ นร.0709.1/11 ลงวันที่ 13 ส.ค. 2542 ได้กำหนดว่าการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ให้นำองค์ประกอบเรื่องอาวุโสในราชการเป็นองค์ประกอบสุดท้ายที่จะนำมาใช้ประกอบ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าให้ละเลยไม่ต้องนำมาพิจารณา ดังนั้น การจะแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติที่ไม่แตกต่างกัน จะต้องนำองค์ประกอบอาวุโสมาพิจารณาเป็นลำดับสุดท้าย มิเช่นนั้นการใช้ดุลพินิจก็จะเป็นการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ซึ่งก็เชื่อได้ว่าผู้ที่อาวุโสเหนือกว่า นายวิเชียรตั้งแต่ลำดับที่ 1 – 53 ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีคุณสมบัติพร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ในการรับราชการแผ่นดินเหนือกว่านายวิเขียรทั้งสิ้น อีกทั้งการแต่งตั้งนายวิเชียร ชวลิต ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ภายหลังจากที่นายมงคล สุระสัจจะ ปฏิเสธการรับตำแหน่งไม่ได้มีการดำเนินการให้มีการแสดงวิสัยทัศน์เหมือนกรณีการแต่งตั้งนายมงคลแต่อย่างใดเลย” หนังสือระบุ







