
สภาเห็นชอบ 2 กรอบเจรจาอาเซียน-จีน
รัฐสภา เห็นชอบ 2 กรอบบันทึกคู่เจรจาด้านบริการเดินอากาศอาเซียน-จีน
รัฐสภา เห็นชอบ 2 กรอบบันทึกคู่เจรจาด้านบริการเดินอากาศอาเซียน-จีน
ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธาน ซึ่งที่ประชุมได้ในการพิจารณากรอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเข้าร่วม กับคู่เจรจาด้านบริการเดินอากาศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้และร่างความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกของ สมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และร่างพิธีสาร1แนบท้ายความตกลง ที่ ครม.เสนอ ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดปัญหาองค์ประชุมล่ม
เมื่อเริ่มการประชุม นายชัย ได้เช็คองค์ประชุมก่อนลงมติทันที ปรากฏว่ามีสมาชิกรัฐสภา 333 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม ในที่สุดที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบ ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเข้าร่วมกับคู่เจรจาด้านบริการเดินอากาศของ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเสียง318 ต่อ 0 งดออกเสียง 48 ไม่ลงคะแนน 21พร้อมได้ลงมติเห็นชอบกับ ร่างความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกของสมาคม ประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และร่างพิธีสาร 1 แนบท้ายความตกลง ด้วยเสียง 316 ต่อ 0 งดออกเสียง 51 ไม่ลงคะแนน 19
ทั้งนี้ สำหรับ 2 กรอบ ดังกล่าว นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ชี้แจงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อการยกระดับการเปิดเสรี สำหรับบริการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารทางอากาศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการสำคัญของกฎบัตรอาเซียนในการคงไว้ซึ่งความเป็น ศูนย์กลางของอาเซียนในความสัมพันธ์และความร่วมมือกับคู่เจรจาพิจารณาการลง นามก่อนการลงนามความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศระหว่างอาเซียนและจีน โดยให้บันทึกความเข้าใจดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อมีการลงนาม ส่วนกรอบความร่วมมือด้านการบินระหว่างอาเซียนและจีน เพื่อการอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้โดยสารและสินค้า เพื่อเพิ่มพูนการค้าและเศรษฐกิจของทั้งสองภูมิภาค
ตลอดจนสนับสนุนการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนและจีนในปี 2553และได้มอบหมายให้คณะทำงานด้านการขนส่งทางอากาศของอาเซียนและจีน พิจารณาการจัดทำความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศระหว่างอาเซียนและจีนเพื่อ ส่งเสริมความก้าวหน้าของการบินพลเรือนทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยการเปิดเสรีการบินระหว่างอาเซียนและจีนดังกล่าวจะเป็นการเปิดเสรีโดยลำดับ







