
ระวังฟอง
เศรษฐกิจทำท่าจะเกิดพรายฟองสบู่ให้เห็นรำไรๆไม่ใช่เฉพาะท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธนาคารชาติเท่านั้น ที่ออกมาตรการป้องปรามภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ทว่าหากเปิดตาให้กว้างสักนิด จะเห็นความผิดปกติ เห็นจุดเริ่มต้นของฟองสบู่ได้ง่ายๆ
เศรษฐกิจทำท่าจะเกิดพรายฟองสบู่ให้เห็นรำไรๆไม่ใช่เฉพาะท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธนาคารชาติเท่านั้น ที่ออกมาตรการป้องปรามภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ทว่าหากเปิดตาให้กว้างสักนิด จะเห็นความผิดปกติ เห็นจุดเริ่มต้นของฟองสบู่ได้ง่ายๆ
เริ่มจากสิ่งที่ต้องมองกันให้มาก นั่นคือ ปริมาณเงินตราต่างประเทศที่ไหลบ่าเข้าไทย อันเนื่องมาจากการพิมพ์ธนบัตรอย่างมหาศาลของสหรัฐ
เงินเหล่านี้ไหลเข้าทั่วภูมิภาคเอเชีย เพื่อเก็งกำไร และในไทยก็เข้าไปยังตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้น
ผลที่ตามมาเห็นชัดเจน ดัชนีตลาดหุ้นพุ่งพรวดจากระดับร้อยปลายๆ ไปทะลุพันจุดได้ทันที
ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง หรือผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นดีเลิศ แต่เป็นเพราะเงินทุนไหลเข้า หรือ Fund Flow เพียงอย่างเดียว
แน่นอนเงินทุนเหล่านี้ไหลเข้ามาเพื่อแสวงหากำไร หาส่วนต่างในการลงทุน ไม่มีใครต้องการเอาเงินเข้ามาแล้วเจ๊ง ขาดทุน
และปัจจุบันตลาดหุ้นก็ไม่ได้ถูกเหมือนเดิม โดยอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือพี/อี เรโช ก็สูงใกล้ๆ ประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อเงินทะลักเข้าตลาดหุ้น ก็ต้องมีส่วนที่ไหลออกไปเก็งกำไร หาส่วนต่างในการลงทุนหลากรูปแบบ
แล้วอะไรมันจะไปดีกว่า อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในยุคที่สร้างคอนโดมิเนียมผุดราวดอกเห็ด และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังถูกกดต่ำติด
สัญญาณไม่ค่อยดีจึงเกิดขึ้น
ในขณะนี้ฟองสบู่ยังไม่เกิด แต่มาตรการที่ออกมาด้วยความระมัดระวัง ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดฟองแล้วค่อยมาออกมาตรการขยี้ภายหลัง เพราะหากรอเวลาแล้วไปจัดการตอนท้ายจะเกิดรายการบาดเจ็บ ล้มตาย อาการเรียกว่าสาหัส
ช้าๆ แต่ชัวร์ น่าจะดีกว่าซิ่งไปข้างหน้า
ระวังจะเจอทางโค้ง คว่ำคะมำหงายในตอนจบ







