posttoday
เจาะแฟ้มครม.16 พ.ย.

เจาะแฟ้มครม.16 พ.ย.

16 พฤศจิกายน 2553

ครม.เก้าอี้ร้อน สองรมต.เผชิญหน้ามาร์คตัดสินลาออกหรืออยู่ต่อท้าทายมาตรฐานผู้นำ  ครม.รับรองจ่ายเงินชดเชยสวนยางภัยน้ำท่วม 1.6 หมื่นต่อไร่  รอเฮมท.เสนอใช้ไฟ-น้ำฟรีหลังผลกระทบน้ำท่วม   ถกร่างแก้ไขรธน.ดันเข้าสภา เปิดโผบอร์ดสสส.ชุดใหม่

ครม.เก้าอี้ร้อน สองรมต.เผชิญหน้ามาร์คตัดสินลาออกหรืออยู่ต่อท้าทายมาตรฐานผู้นำ  ครม.รับรองจ่ายเงินชดเชยสวนยางภัยน้ำท่วม 1.6 หมื่นต่อไร่  รอเฮมท.เสนอใช้ไฟ-น้ำฟรีหลังผลกระทบน้ำท่วม   ถกร่างแก้ไขรธน.ดันเข้าสภา เปิดโผบอร์ดสสส.ชุดใหม่

แม้มติพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมต่อไป แต่ประเด็นการลาออกจากตำแหน่งรมต.ก็แทงกั๊กด้วยการบอกว่าเป็นสิทธิของสองราย  ซึ่งแน่นอนมติสองพรรคคลุมเคลือเหมือนขัดต่อประกาศิตอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้สองรมต.ลาออกก่อนลงสมัคร เพื่อลดข้อครหาใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบคู่แข่ง  

สภาพการณ์ดังกล่าวเหมือนเป็นการตบหน้าผู้นำรัฐบาล สะเทือนไปถึงมาตรฐานใหม่ในการบริหารประเทศที่นายกฯวางกฎกติกามาตลอดกำลังกถูกท้าทายอีกครั้ง ซึ่งการประชุมครม.วันนี้ จะเป็นการเผชิญหน้าของสองรมต.จากสองพรรคกับผู้นำประเทศ ที่มีข่าวว่าอาจได้มีการหารือกันถึงการไขก๊อกอีกครั้ง  ก่อนเข้าสู่วารประชุมครม.จึงต้องจับตา

สำหรับระเบียบวาระการประชุม มีการรับรองผลการประชุมครม.เศรษฐกิจตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเงินชดเชย เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่ประสบภัยธรรมชาติ จากวาตภัย   55 % ของต้นทุน  หรือ 6,007 บาทต่อไร่  นอกจากนี้ หากเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ กสย. ก็จะได้เงินเพิ่มอีก  11,000 บาทต่อไร่  ในการปลูกยางต้นใหม่  โดยจะต้องไม่ขัดกับกฎเกณฑ์ อาทิ การไม่ปลูกในพื้นที่ท้องนา หรือ ป่าสงวน   นอกจากนี้  ยังมีการอนุมัติให้ กระทรวงแรงงาน ไปทำการฝึกอบรมอาชีพและพัฒนาฝีมือ ให้กับ ผู้ประสบภัย จำนวน 1.7 แสนราย โดยให้ ผันงบจากกระทรวงของส่วนอื่น ๆ มาดำเนินการจำนวน 406 ล้านบาท

ส่วนข่าวดีที่สองมีถึงประชาชนผู้ประสบภัย เมื่อนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทยเสนอ แนวทางการจ่ายน้ำประปาและไฟฟ้า ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย  โดยการจัดเงินอุดหนุนการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ให้สองหน่วยงานบริการประชาชนโดยไม่ต้องเก็บเงินสักระยะหนึ่ง เหมือนกรณีรถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน แต่รายละเอียดที่จะให้ฟรีจำนวนเท่าไรต้องรอวันนี้  

มาตามนัดกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ ครม.จะให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ  ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน ได้เสนอเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อรัฐบาล ใน 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นสัญญาข้อตกลงระหว่างประเทศต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา และกำหนดเขตการเลือกตั้งโดยจะมีการหารือร่วมกันกับพรรคร่วมเพื่อนำเสนอต่อ รัฐสภาให้ทันปลายเดือน พ.ย.นี้ 

ซึ่งประเด็นมาตรา 190  ถือเป็นตัวหลอก ของจริงคือ ประเด็นที่มาส.ส. เพราะพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ลงตัวเกี่ยวกับเขตเดียวเบอร์เดียวหรือเขตใหญ่เรียงเบอร์  จึงต้องติดตามในครม.จะมีการหารือถึงการทำประชามติด้วยหรือไม่

กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) จะขอรับการสนับสนุนกรอบอัตรากำลังข้าราชการเพื่อดำเนินภารกิจแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามมติ ครม.จำนวน 20 อัตรา ให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อรองรับภารกิจแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ 4 อัตรา ระดับชำนาญการ 4 อัตราและระดับปฏิบัติการ 12 อัตรา

ทั้งนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นหน่วยงานกลาง ดำเนินงานเกี่ยวกับแผนการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ ประเทศ โดยเฉพาะในวาระที่ไทยเป็นผู้นำอาเซียนในการจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอา เซียนที่ต้องแสดงให้ประชาคมโลกเห็นความตั้งใจจริง ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แต่เพราะกรมคุ้มครองสิทธิฯเป็นหน่วยงานขนาดเล็ก มีบุคลากรที่ปฏิบัติงานนี้อยู่เพียง 5 คน จึงไม่เพียงพอต่อภาระงานที่เพิ่มขึ้น

วาระครม.อื่น  เช่น ขออนุมัติลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหพันธ รัฐรัสเซียว่าด้วยความร่วมมือในการสำรวจและการใช้อวกาศส่วนนอกเพื่อวัตถุ ประสงค์ในทางสันติ , ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น (โครงการเทศกาลศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์)ของกระทรวงวัฒนธรรม ,  ขออนุมัติให้ความเห็นชอบและลงนามในตราสารเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายการติดตาม ตรวจสอบการตกสะสมของกรดในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และ รายงานผลการเข้าร่วมประชุม Aichi-Nagoya Ministerial Meeting on REDD+Partnership ณ เมืองนาโงย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับวาระแต่งตั้ง บอร์ดใหญ่น่าสนใจ เมื่อนายกฯในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เสนอขอความเห็นชอบแต่งตั้งรองประธานกรรมการคนที่สอง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จำนวน 9 คน เนื่องจาก รองประธานกรรมการคนที่สองและกรรมการในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพชุดปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งมาจะครบกำหนดวาระในวันที่ 14 ก.พ. 2554 ตามที่คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพได้สรรหาและเห็นชอบแล้ว ดังนี้

1. นายวิชัย โชควิวัฒน รองประธานกรรมการคนที่สอง ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีคุณวุฒิด้านการสร้างเสริมสุขภาพและด้านการบริหาร

สำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย

 
1. นายศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคราชการ ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ
2. นายสมพร ใช้บางยาง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ด้านการพัฒนาชุมชน
3. รศ.จุมพล รอดคำดี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ด้านการสื่อสารมวลชน
4. นางมุกดา อินต๊ะสาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคราชการ ด้านการศึกษา
5. นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ด้านการกีฬา
6. รศ.ประภาภัทร นิยม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ด้านศิลปวัฒนธรรม
7. นายสงขลา วิชัยขัทคะ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคราชการ ด้านกฎหมาย
8. นายสุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคราชการ ด้านการบริหาร

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.54 เป็นต้นไป

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน