posttoday
หยวนแทนดอลลาร์ ไม่ง่ายและไม่ใกล้...!

หยวนแทนดอลลาร์ ไม่ง่ายและไม่ใกล้...!

16 พฤศจิกายน 2553

นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า หลังฝุ่นควันจากปัญหาสงครามค่าเงินในเวทีโลกจางลง สกุลเงินหยวนของจีนจะผงาดง้ำขึ้นมามีบทบาทในตลาดโลกมากขึ้น ในฐานะสกุลเงินหลักที่ใช้ในตลาดการค้าโลก

นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า หลังฝุ่นควันจากปัญหาสงครามค่าเงินในเวทีโลกจางลง สกุลเงินหยวนของจีนจะผงาดง้ำขึ้นมามีบทบาทในตลาดโลกมากขึ้น ในฐานะสกุลเงินหลักที่ใช้ในตลาดการค้าโลก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

หยวนแทนดอลลาร์ ไม่ง่ายและไม่ใกล้...!

นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า หลังฝุ่นควันจากปัญหาสงครามค่าเงินในเวทีโลกจางลง สกุลเงินหยวนของจีนจะผงาดง้ำขึ้นมามีบทบาทในตลาดโลกมากขึ้น ในฐานะสกุลเงินหลักที่ใช้ในตลาดการค้าโลก

ขณะนี้การประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจมั่งคั่ง จี20 ซึ่งเป็นเวทีที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะค้นพบทางออกของปัญหาสงครามค่าเงินได้ แต่ก็ยังไร้แนวทางที่จับต้องได้

เรียกง่ายๆ คือ ยังเลื่อนลอย ไร้แสงสว่างแห่งทางออก แต่บทบาทของค่าเงินหยวนของจีนก็เริ่มฉายแววโดดเด่นแล้ว

กระทั่งนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของเรายังออกโรงเปรยสนับสนุนการใช้สกุลเงินหยวนของจีนเป็นสกุลเงินหลักในเอเชีย

ประสานเสียงกับเสียงของทางธนาคารเพื่อประชาชนจีน (People's Bank of China) ที่แสดงความกังวลเรื่องค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง พร้อมสบช่องโอกาสทอง ผลักดันเงินหยวน โดยยืนยันแน่วแน่ว่า ระบบการเงินระหว่างประเทศที่ใช้อยู่นั้นในปัจจุบันค่อนข้างไม่มีเสถียรภาพ

ต้นสายปลายเหตุที่เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐกำลังถูกลดบทบาทความสำคัญลงในสายตาของนานาประเทศ แม้จะยังไม่ใช่ในทางปฏิบัติก็ตามที สาเหตุแรก เพราะความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และการก้าวถอยลดของค่าลงทุกเมื่อเชื่อวัน

ค่าเงินดอลลาร์ในตลาดโลกอ่อนค่าลงติดต่อกันกว่า 3 เดือนแล้ว อีกทั้งธนาคารกลางของสหรัฐก็ขยับพิมพ์ธนบัตรใหม่ออกมากว่าแสนล้าน ซึ่งยิ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงไปอีก และแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระเทือนประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่กำลังมีบทเด่นในเวทีโลกอย่างแน่นอน ดังนั้น แทบไม่ต้องแปลกใจเลย ที่เสียงสนับสนุนของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่กับการก้าวผงาดของหยวนครั้งนี้จะดังเป็นพิเศษ

เมื่อเป็นเช่นนั้น จะเบือนหน้าไปหาสกุลเงินหลักอื่นๆ อย่าง สกุลเงินเยนของญี่ปุ่น หรือสกุลเงินยูโรของยุโรป คงไม่เหมาะนัก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของเจ้าของสกุลเงินเหล่านั้นก็ร่อแร่และผันผวนไม่ต่างจากสหรัฐ

คงมีเพียงเงินหยวนของประเทศเศรษฐกิจมาแรง และเป็นม้ามืดในเวทีโลกอย่างจีนที่ปรากฏมาเป็นดาวเด่น

ณ เวลานี้ จีนมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็ว มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ มีเสถียรภาพของค่าเงินหยวน มีความน่าเชื่อถือและมั่นใจของนานาชาติที่มีต่อสกุลเงินหยวนที่กำลังพอกพูนเพิ่มขึ้น

สิ่งที่จีน “มี” ล้วนกำลังเสริมทัพให้หยวนมีสถานะที่สมบูรณ์กับการเป็นสกุลเงินหลักของโลก

อันที่จริง การเลือกใช้สกุลเงินใดเป็นสกุลเงินหลักในการค้าโลก นอกจากเรื่องของการยอมรับกันในตลาดซื้อขาย นักลงทุน และบรรดาธนาคารกลางแล้ว จำเป็นต้องคำนึงถึงความมีเสถียรภาพ สภาพคล่อง และการเข้าถึงของสกุลเงินดังกล่าวเป็นสำคัญ

ดังนั้น ลึกลงในรายละเอียด แม้จีนจะมีศักยภาพโดดเด่นทางเศรษฐกิจมากขึ้นมากในเวทีโลก แต่ในสายตาของนักเศรษฐศาสตร์มองว่า จีนอาจจะต้องปรับในหลายๆ เรื่องก่อนที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นได้

เรื่องสำคัญที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่อง อัตราค่าเงินที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเป็นไปตามกลไกของตลาด มิใช่อยู่ภายใต้ผู้กุมบังเหียน กำหนดค่าเงินตามใจนึกอย่างที่เป็นอยู่

ขณะเดียวกัน จีนยังต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน (Financial Infrastructure) ให้มากขึ้น

อีกทั้งยังมีคำถามที่ติดสอยห้อยตามมาอีกก็คือ จีนซึ่งยังคงมีตัวเลขการค้าเกินดุลจะมีเงินเพียงพอสำหรับใช้จ่ายประเทศคู่ค้าในภาคการส่งออกหรือไม่ นักลงทุนต่างชาติจะเข้าถึงค่าเงินหยวนได้มากเพียงใด... นั่นต้องเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้

นักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งใช้คำว่า จีนต้องปฏิรูประบบเงินตราอีกมาก

ทว่า จีนเองก็มองเห็นช่องโหว่ในเรื่องนี้ดี จึงนำมาสู่การเคลื่อนไหวในเชิงการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ

อันที่จริง นี่ไม่ใช่การออกตัวครั้งแรก จีนผลักดันเรื่องนี้อยู่ตลอด และวางแผนในระยะยาวเรื่องนี้อยู่เสมอ โดยในปัจจุบันจีนใช้เงินหยวนในการชำระยอดการซื้อขายสินค้ากับประเทศคู่ค้าหลายประเทศ ทางธนาคารจีนได้ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Currency Swap) กับหลายประเทศนับตั้งแต่ปี 2009 ประกอบด้วย ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย เบลารุส อินโดนีเซีย และอาร์เจนตินา โดยมีมูลค่ารวมถึง 6,500 ล้านหยวน

ภายใต้นโยบายของจีน จีนตั้งเป้าว่าจะเพิ่มอำนาจของเงินหยวนด้วยการใช้ชำระมูลค่าทางการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า จากให้ถึง 20% ของมูลค่าทางการค้า หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2.5 ล้านล้านหยวน

นโยบาย Currency Swap แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ หรือภูมิภาค มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยหนุนความคล่องตัวของตลาด และที่สำคัญจะช่วยให้สกุลเงินหยวนมีความมั่นคงในตลาดการเงิน และตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนอัตราต่างประเทศ

ส่วนผลพลอยได้ที่จีนมีแต่ “ได้” กับ “ได้” คือ ทำให้เกิดการขยายตัวทางการค้า เส้นทางต่อยอดสู่การพัฒนาอีกมากมายในอนาคต

หนำซ้ำเมื่อเดือน ส.ค. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประกาศว่า จีนตกลงจะใช้เงินหยวนซื้อพันธบัตรที่ออกโดยไอเอ็มเอฟ ซึ่งมีมูลค่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น เมื่อไอเอ็มเอฟให้ประเทศสมาชิกกู้ยืมเงินจากองค์กร ก็หมายถึงต้องยืมเป็นเงินหยวนเช่นกัน หรือถ้าจะให้ยืมเป็นดอลลาร์ ก็ต้องใช้หยวนที่แลกเปลี่ยนดอลลาร์กับจีน

นั่นยังไม่รวมถึงการที่จีนให้รัฐบาลฮ่องกงออกพันธบัตรตราสารหนี้ออกขายอีกด้วย

คล้ายกับว่า จีนเองก็รู้และกำลังเสริมความแข็งแกร่ง อุดจุดอ่อน รอยรั่ว และก่อกำแพงแห่งความแข็งแกร่งของค่าเงินหยวนให้มั่นคงและเป็นปึกแผ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ทว่า ท้ายที่สุดแล้ว ความพร้อมมูลของจีนก็ยังคงต้องใช้เวลา และความมานะพยายาม

เมื่อเทียบกับยอดการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศทั่วโลก ที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐถึง 7080% แล้ว การกระโดดเข้ามาแทนที่ดอลลาร์คงไม่ใช่เรื่องง่าย

สิ่งที่จีนทำได้มากที่สุดในเวลานี้ คือผลักดันให้หยวนเป็นสกุลเงินหนึ่งเดียวในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ตลาดโลกต้องไตร่ตรองให้รอบคอบในประเด็นสำคัญ ที่เป็น “หลุมปัญหาขนาดใหญ่” อย่างในเรื่องของการกำหนดค่าเงินตามอำเภอใจของจีนให้รอบคอบ

หนึ่งประเทศยักษ์พิมพ์ธนบัตรตามอำเภอใจ อีกหนึ่งประเทศยักษ์กำหนดกลไกค่าเงินตามอำเภอใจ หวังเพียงแต่ว่า เสียงจากอาเซียนจะไม่เป็นเสียงที่เลือกสนับสนุน และพิจารณาใช้ค่าเงินใดตามอำเภอใจด้วยเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท