
โลกต้องจับตาพม่า
การเมืองในพม่ากำลังเป็นที่สนใจในสายตาประชาคมโลก รวมทั้งบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ยูมิอูริ ของญี่ปุ่น ที่กระตุ้นให้นานาประเทศ ไม่ละเลยผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น และต้องพิจารณาท่าทีในการลงโทษพม่าด้วย
บทบรรณาธิการระบุว่า ผลการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปีในพม่าขาดเสรีภาพและความยุติธรรม พรรคการเมืองที่อยู่ภายใต้การหนุนหลังของรัฐบาลทหารชนะการเลือกตั้งกว่า 80%
รัฐบาลทหารพม่าไม่อนุญาตให้นักขับเคลื่อนประชาธิปไตยหลายคน รวมทั้ง อองซานซูจี เข้าร่วมการเลือกตั้ง ไม่อนุญาตแม้กระทั่งให้ต่างชาติเข้าไปสังเกตการณ์ จากมาตรการและแนวทางที่ทางรัฐบาลพม่ากำหนด ยิ่งเป็นการสร้างความคับข้องใจถึงความชอบธรรมในการเลือกตั้งครั้งนี้
สมาชิกพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของทหาร คนเหล่านั้นเพียงถอดเครื่องแบบออก ซึ่งเท่ากับว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ดังนั้นเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่ประชาคมโลกต้องก้าวเข้าไปสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงอำนาจครั้งนี้
นอกจากนี้ การปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง การยุติการปราบปรามกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศ และก้าวเข้าสู่กระบวนการแห่งการปรองดอง เป็นวิถีทางที่จะช่วยปรับปรุงสภาพชีวิตของประชาชน อีกทั้งประชาคมโลกจำเป็นต้องสร้างความเป็นหนึ่งและกระตุ้นพม่าเดินตรงไปสู่หนทางดังกล่าว
จีนและอินเดียมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับพม่าในการแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ
ขณะที่สหรัฐและยุโรปยังคงรักษามาตรการแซงก์ชัน ญี่ปุ่นเองก็ได้เคยกระตุ้นให้พม่าเดินหน้าสู่หนทางความเป็นประชาธิปไตย ด้วยการจำกัดความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์และมนุษยธรรมอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการและมาตรการเหล่านั้นก็ยากที่จะพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพ







