
กระเหรี่ยงทิ้งบ้านหนีภัยสงครามเข้าไทยเป็นระยะ
ชาวกะเหรี่ยงทิ้งบ้านขนทรัพย์สินเข้าไทยด้านพบพระไม่ขาดสาย กังวลข้าวดีเคบีเอเตรียมเปิดฉากถล่มทหารรัฐบาลพม่า
ชาวกะเหรี่ยงทิ้งบ้านขนทรัพย์สินเข้าไทยด้านพบพระไม่ขาดสาย กังวลข้าวดีเคบีเอเตรียมเปิดฉากถล่มทหารรัฐบาลพม่า
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.พบพระ จ.ตาก เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ปรากฎว่า ยังมี กะเหรี่ยง สัญชาติพม่า ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นมวลชนของทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. กว่า 650 คน ต่างขนทรัพย์สินเดินข้ามลำห้วยวาเล่ย์ เข้ามายังเขตไทย บริเวณ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ เนื่องจากหวั่นวิตกสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.กับทหารรัฐบาลพม่า ที่บริเวณค่ายวาเล่ย์ โดยฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.กลุ่มของ พ.อ.นะเคามวย ผู้บัญชาการกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ร่วมกับ กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ( เคเอ็นยู. ) เข้าโจมตีฝ่ายทหารรัฐบาลพม่า ซึ่งมีที่มั่นอยู่ติดเขตไทยที่บ้านวาเล่ย์เหนือ
ทั้งนี้ การสู้รบดังกล่าว ทำให้ฝ่ายทหารไทย จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด ต้องวางกำลังตรึงแนวชายแดนบริเวณบ้านวาเล่ย์เหนือ ขณะที่ฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ ได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ( ชรบ. ) ไปช่วยดูแลผู้ลี้ภัย เช่นเดียวกับองค์กรพัฒนาเอกชน ได้จัดส่งทีมแพทย์ พยาบาลไปช่วยเหลือดูแลผู้ลี้ภัยแล้ว
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ทั้งสองฝ่ายยังคงเงียบ มีแต่กระแสข่าวว่า ฝ่ายพ.อ.นะเคามวยจะเปิดฉากยิงใส่ฝ่ายพม่าก่อน เลยทำให้ชาวกระเหรี่ยงจากฝั่งพม่าอพยพเข้ามายังไทย พร้อมขนข้าวของ ทรัพย์สินย้ายไปอยู่ที่ อบต.วาเล่ย์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทย – พม่า ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเฉพาะในตอนกลางคืน ชาวไทยจะไปอาศัยที่สำนกงานอบต.วาเล่ย์ ส่วนชาวพม่าที่ลี้ภัยมาทางเจ้าหน้าที่ได้จัดพื้นที่คอกวัวเก่าให้อาศัยอยู่
นายพจน์ หรูวรนันท์ นายอำเภอพบพระ กล่าวว่า ได้ประสานกับยูเอ็นเอชซีอาร์. และองค์กรพัฒนาภาคเอกชน ให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยแล้ว ขณะที่ทางอบต.วาเล่ย์ได้อำนวยความสะดวกสถานที่ของอบต.ในการรองรับผู้ลี้ภัยคนไทยต่างหาก







