
เอสเอ็มอีแบงก์นำร่องปล่อยสินเชื่อช่วยน้ำท่วมโคราชรายละ1ล.
เอสเอ็มอีแบงก์เปิดโครงการ SME Power ปล่อยกู้รายละ 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนานถึง 6 เดือน ปลอดชำระเงินต้น 2 ปีแรก
เอสเอ็มอีแบงก์เปิดโครงการ SME Power ปล่อยกู้รายละ 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนานถึง 6 เดือน ปลอดชำระเงินต้น 2 ปีแรก
นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอี แบงค์ กล่าวว่า ได้เปิดโครงการ “สินเชื่อ SME POWER เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย SMEs ที่ประสบปัญหาอุทกภัยทั่วประเทศ ทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อช่วยเหลือในการปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ และเป็นเงินทุนในการหมุนเวียน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ต่อปีตลอดสัญญา ผ่อนนานถึง 6 เดือน และปลอดชำระเงินต้น 2 ปีแรก โดยได้ดำเนินการโครงการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นแห่งแรก
นายโสฬส กล่าวอีกว่า การปล่อยสินเชื่อ เอสเอ็มอี ที่จ.นครราชสีมา เป็นระยะเวลาทั้งหมด 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-19 พ.ย.ที่บริเวณหอประชุมติณสูรานนท์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถเข้ามายื่นเรื่องขออนุมัติสินเชื่อภายในวันที่กำหนด ก็สามารถนำเอกสารเข้าไปยื่นเรื่องได้ที่ธนาคาร เอสเอ็มอี ทุกสาขา
"วันนี้เปิดให้บริการเป็นวันแรก มีผู้ที่ยื่นเรื่องเข้ามาขอกู้สินเชื่อแล้วทั้งหมด 800 ราย และที่ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งหมด 29 ราย วงเงินในการอนุมัติไม่เกิน 5 แสนบาท แต่สำหรับจ.นครราชสีมา ทาง เอสเอ็มอี ได้ประเมินถึงจำนวนเจ้าของกิจการทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ต้องการกู้สินเชื่อประมาณ 1 แสนราย ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมมีจำนวน 5 หมื่นกว่าราย"นายโสฬส กล่าว
ทั้งนี้รัฐบาล ได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบน้ำท่วมครั้งนี้จึงได้เปิดโครงการความช่วยเหลืออัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยมีเหตุผล 3 ประการ 1. เพื่อให้ประชาชนผู้ประกอบการทั้งหลายที่ได้รับผลกระทบมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเสริมสภาพคล่องในการฟื้นฟูกิจการของตัวเอง 2. เพื่อที่จะป้องการผู้ประกอบการทั้งหลายที่ขาดสภาพคล่องจะเข้าถึงแหล่งเงินทุน และ 3.ในการเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการทั้งหลายสามารถรับภาระได้สบายๆจะทำให้กิจการของผู้ประกอบการทั้งหลายฟื้นตัวเร็วขึ้น
กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอี แบงค์ กล่าวต่อว่า พื้นที่ต่อไปที่ทาง เอสเอ็มอี แบงค์ จะลงพื้นที่เพื่อเข้าไปช่วยเหลือ คือในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 22 พ.ย. นี้ ซึ่งเงินจำนวน 5 พันล้านบาท ที่ทางรัฐบาลได้อนุมัติมานั้น จะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้แน่นอน







