
สวนยางพาราตรังถูกน้ำท่วมกว่า 1 หมื่นไร่
ผลจากน้ำท่วมและพายุตั้งแต่ในช่วงเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างผลกระทบต่อสวนยางพาราในจังหวัดตรังถึง 13,000 ไร่
ผลจากน้ำท่วมและพายุตั้งแต่ในช่วงเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างผลกระทบต่อสวนยางพาราในจังหวัดตรังถึง 13,000 ไร่
นายอำพล กิจไพฑูรย์ ผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จังหวัดตรัง กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมและพายุที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบให้กับสวนยางพาราของเกษตรกรชาวจังหวัดตรัง ประมาณ 13,000 ไร่ โดยแยกออกเป็นความเสียหายจากพายุ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 ตำบล ของอ.รัษฎา คือ ต.หนองปรือ ต.คลองปรือ และต.ควนเมา ประมาณ 1,600 ไร่ ในจำนวนนี้ที่มีความเสียสภาพสวนอย่างรุนแรง ถึงขั้นต้องรื้อปลูกใหม่ทั้งหมด มีประมาณ 20 % หรือ 320 ไร่ ส่วนสวนที่เหลือน่าจะหาทางแก้ไขปัญหาได้ ด้วยการค้ำยันต้นยางพาราให้กลับสู่สภาพเดิม
ทั้งนี้ต้นยางพาราที่หักโค่นลงทั้งหมดนั้น ทาง สกย.จะจ่ายค่าชดเชยให้ในอัตราไร่ละ 11,000 บาท และเกษตรกรสามารถยื่นเรื่องขอการสงเคราะห์เพื่อปลูกใหม่ได้เลย ยกเว้นในกรณีที่มีต้นยางพาราเสียหายบางส่วน ทาง สกย.ก็จะจ่ายค่าชดเชยให้เป็นต้นๆ ไป ส่วนต้นยางพาราที่เสียหายรุนแรงถึงขั้นขาดสะบั้นออกมา คงอนุญาตให้เกษตรกรนำส่งไปขายให้กับโรงงานรับซื้อไม้ยางพารา ภายในระยะเวลา 10 วัน ตามวิธีการปฎิบัติโดยทั่วไป แต่ในกรณีที่ต้นยางพารายังไม่ตาย ขอให้เกษตรกรอย่ารีบร้อนดำเนินการอะไร เพื่อรอให้ทางเจ้าหน้าที่ สกย.ได้ลงไปสำรวจอย่างละเอียด และรอกรอบหรือกฎเกณฑ์ความช่วยเหลือที่ชัดเจนจากทางรัฐบาล
อย่างไรก็ตามนพื้นที่สวนยางพาราที่ถูกน้ำท่วมขังนั้น มีประมาณ 13,000 ไร่ แต่คาดว่าคงจะเกิดความเสียหายที่รุนแรงจริงๆ ไม่มากนัก ยกเว้นในบางพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ในสวนยางพารา โดยเฉพาะที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำตรังใน 2-3 อำเภอ เช่น อ.เมือง อ.วังวิเศษ และอ.กันตัง ซึ่งคงจะต้องรอผลการสำรวจที่ชัดเจนหลังจากน้ำลดแล้ว
ท่วมเมืองคอนมูลค่าความเสียหาย 381 ล้านบาทแล้ว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงนายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ว่า จากข้อมูลสรุปของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม จังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่ได้รับความเสียหาย 1,458 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิตรวมเป็น 11 รายแล้ว
ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพิ่มเป็น 7 หมื่น 5 พันกว่าครอบครัว รวม 2 แสน 4 หมื่น 1 พันคน บ้านพังเสียหาย จำนวน 20 หลัง และเสียหายบางส่วน 4,017 หลัง มีสถานที่ราชการ อาคารพาณิชย์ โรงงาน ยานยนต์ เรือประมง วัด โรงเรียนอีกหลายแห่ง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 2 แสน 6 หมื่น 3 พันกว่าไร่ นอกจากนี้ยังมีถนนเสียหาย 2,194 สาย สะพาน 68 แห่ง และยังมีด้านการปศุสัตว์ ประมงอีกจำนวนมาก มีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 381 ล้านบาทแล้ว







