
เจ้าของปั๊มปล้นรถขนเงินหน้าเมเจอร์มอบตัวแล้ว
เจ้าของปั๊มปล้นรถขนเงินธนาคารกสิกรไทยฯหน้าเมเจอร์ รัชโยธิน เข้ามอบตัวเจ้าหน้าที่แล้ว หลังหนีกบดานในหลายพื้นที่
เจ้าของปั๊มปล้นรถขนเงินธนาคารกสิกรไทยฯหน้าเมเจอร์ รัชโยธิน เข้ามอบตัวเจ้าหน้าที่แล้ว หลังหนีกบดานในหลายพื้นที่
วันนี้ (15 พ.ย.) เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุมนายพีรศิลป์ อัศววิภาส อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนจี้ ชิงทรัพย์รถขนเงินของธนาคารกสิกรไทย ที่ศูนย์การค้าอเวนิว รัชโยธิน เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่จะผ่านมา
พล.ต.ท.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า นายพีรศิลป์ ได้เดินทางเข้ามอบตัว กับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา หลังจากหนีกบดานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี นาน 5 วัน โดยนายพีรศิลป์ แจ้งว่า หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป เพราะเกรงกลัวความผิด และวันที่ 12 พ.ย. ที่ติดต่อว่า จะเข้ามอบตัวแต่ไม่มาตามนัดนั้น เพราะสภาพจิตใจยังไม่พร้อม และเมื่อวานได้ไปทำบุญ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ามอบตัวส่วนสาเหตุนั้น ยังไม่ขอเปิดเผย แต่จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ต้องหามีปัญหาด้านการเงิน
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มอบเงินให้กับนายชัยยะ บุตรเลิศ พนักงานขับรถขนเงินของบริษัท โพรเกรส กันภัย จำกัด ที่ตัดสินใจขับรถชนผู้ต้องหา เพราะถือว่าเป็นพลเมืองดีและมีความกล้าหาญ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ จะได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในช่วงบ่ายนี้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ได้แกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิดจึงทราบตัวคนร้ายอย่างชัดเจนจากนั้นได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าหลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในพื้นที่กทม.และนนทบุรี จึงดำเนินการประสานไปทางญาติเพื่อให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว กระทั้งวันที่ 14 พ.ย.เวลา 21:30 น.ผู้ต้องหาได้ติดต่อขอเจ้ามอบตัวที่ สน.พหลโยธิน
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่าผู้ต้องหาขอเข้ามอบตัวเนื่องจากได้รับความกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและญาติ อีกทั้งผู้ต้องหาเคยประสานขอเข้ามอบตัวหลังจากก่อเหตุ 1 วัน แต่กลับไม่มาตามนัด โดยอ้างว่าสภาพจิตใจยังไม่พร้อม โดยผู้ต้องหาได้ไปสะเดาะเคราะห์ที่วัดแถวนนทบุรี ก่อนเข้ามอบตัวในเมื่อวานที่ผ่านมา
สำหรับการก่อเหตุดังกล่าวเบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาทำการคนเดียว เนื่องจากมีปัญหาทางธุรกิจ แต่รายละเอียดเชิงลึกผู้ต้องหาไม่ขอให้การในชั้นสอบสวนโดยจะขอให้การในชั้นศาลแทนทั้งนี้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวด้วยการนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมาด้วย จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นปืนไฟแช็ค แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าปืนที่นำมาเป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุในวันดังกล่าว
นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทราบว่าเคยประกอบธุรกิจปั๊มน้ำมันใน จ.สระแก้ว และทราบอีกว่าภรรยาของผู้ต้องหายังมีหมายจับในคดีปลอมแปลงน้ำมันอีกด้วย







