
กรมชลฯตั้งศูนย์ฯด่วน!! รับมือมวลน้ำก้อนใหญ่ บริหารอุทกภัยส่วนหน้าชี-มูล สัปดาห์หน้า
อธิบดีกรมชลประทาน เตรียมลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี สัปดาห์หน้า พร้อมตั้งศูนย์บริหารน้ำมูลน้ำชีส่วนหน้า เพื่อจัดการปริมาณน้ำก้อนใหญ่ที่จะไหลมารวมที่ปลายแม่น้ำมูล เร่งระบายส่งลงแม่น้ำโขง
อธิบดีกรมชลประทาน เตรียมลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี สัปดาห์หน้า พร้อมตั้งศูนย์บริหารน้ำมูลน้ำชีส่วนหน้า เพื่อจัดการปริมาณน้ำก้อนใหญ่ที่จะไหลมารวมที่ปลายแม่น้ำมูล เร่งระบายส่งลงแม่น้ำโขง
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะตั้งศูนย์บริหารน้ำมูลน้ำชีส่วนหน้าที่ จังหวัดอุบลราชธานี โดยจะลงไปประจำศูนย์ดัวยตนเอง เพื่อทำงานในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำทั้งหมดจะมากองที่จังหวัดอุบลราชธานี จำเป็นที่ต้องบริหารอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบกับประชาชนและแก้ไขให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด
“เตรียมลงไปร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่พื้นที่ด้วยตัวเอง ร่วมกับพี่น้องกรมชลฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำงานร่วมกันในช่วงที่วิกฤติที่สุด เพราะปลายแม่น้ำมูลที่ จ.อุบลฯสูงกว่าน้ำโขง เพราะฉะนั้นเรื่องเร่งระบายน้ำ ผลักดันน้ำ ต้องไปช่วยกัน ต้องไปช่วยพี่น้องทำงานและอำนวยความสะดวกในการทำงานให้มากที่สุด เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่ต้องมาตาม ให้ประจำพื้นที่ แต่จะประสานข้อมูลที่ศูนย์ส่วนหน้า “ ดร.ทองเปลวกล่าว
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งได้รับผลการะทบจากอิทธิพลของ พายุ“โพดุล”และพายุ“คาจิกิ” ประเมินว่า หากไม่มีฝนตกลงหนักลงมาเพิ่มเติม ในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี ปริมาณน้ำสูงสุดจะไหลผ่านที่สถานีวัดน้ำ M.7 บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ก.ย. เวลาประมาณ 23.00 น. ถึงเวลาประมาณตี 1 ของวันที่ 12 ก.ย. นี้ ในเกณฑ์ประมาณ 4,500 – 4,600 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)/วินาที หรือที่ระดับสูงสุดประมาณ 10.40 – 10.50 เมตร (ระดับตลิ่ง 7 เมตร) ระดับน้ำจะสูงกว่าตลิ่งประมาณ 3 เมตร จากปริมาณดังกล่าวคาดใช้เวลาประมาณ 10 วัน ระดับน้ำจะทยอยลดลงสู่ระดับตลิ่ง ในช่วงของวันที่ 25 ก.ย. - 26 ก.ย. 62
ทั้งนี้กรมชลฯได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำมูล ด้วยการใช้เขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนาเป็นอาคารควบคุม ชะลอการไหลของน้ำในแม่น้ำมูลที่จะลงมาสมทบกับลำน้ำชี โดยระหว่างนั้นจะเพิ่มการระบายน้ำจากแม่น้ำชีลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนในแม่น้ำชีเอง ได้ลดปริมาณน้ำในแม่น้ำชีด้วยการหน่วงน้ำไว้ทางตอนบนของประตูระบายน้ำต่างๆ รวมทั้งลดการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแล้ว เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่แม่น้ำชี ก่อนจะไหลลงไปสมทบกับแม่น้ำมูลที่ จ.อุบลราชธานี ตามลำดับ หากระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลง จะส่งผลให้น้ำในแม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้เร็วขึ้นด้วย







