อนุสติจากคุณสมัคร
.....สมผล ตระกูลรุ่ง
พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
บทกลอนข้างต้น เป็นกาพย์ยานี 11 เป็นบทอาขยานที่นักเรียนต้องท่องจำกันตั้งแต่สมัยผมแล้ว และเท่าที่ทราบ ยังคงเป็นบทอาขยานที่นักเรียนสมัยนี้ก็ยังท่องจำกันอยู่ เป็นบทกลอนที่คัดมาจากพระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เรื่องกฤษณาสอนน้อง
เป็นบทกลอนที่เนื้อหาเป็นอมตะ
ที่ผมยกบทกลอนดังกล่าวขึ้นมา เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ร่างกายของคุณสมัคร สุนทรเวช ได้มลายสิ้นไปแล้วในกองไฟ เหลือไว้แต่ความดีชั่ว ที่ทำไว้เท่านั้น
คุณสมัครเป็นนักการเมืองโดยอาชีพ การจากไปของคุณสมัครจึงน่าจะเป็นอนุสติสำหรับนักการเมืองที่กำลังโลดแล่นอยู่วังวนแห่งอำนาจเพื่อให้เห็นสัจธรรมว่า
ใหญ่แค่ไหน ก็เล็กกว่าโลง
มีอำนาจมากแค่ไหน ก็ห้ามคนเผาไม่ได้
มีเงินหมื่นล้านแสนล้าน ก็ซื้อชีวิตไม่ได้
มีทรัพย์สมบัติล้นฟ้า ก็เอาติดตัวไปไม่ได้
คุณสมัครถือเป็นนักการเมืองที่มีจุดยืนที่ชัดเจน มีอุดมการณ์ทางการเมืองไม่เปลี่ยนแปลง แต่จุดยืนอันมั่นคงนั้น จะดีหรือไม่ดี จะถูกหรือจะผิด อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน
คุณสมัครเป็นคนมีความสามารถหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นนักพูดที่เป็นเอกลักษณ์ ที่เรียกว่า พูดแบบน้ำไหลไฟสว่าง เป็นต้นแบบให้นักการเมืองหลายท่านพยายามเดินตาม เป็นคนรักแมวเป็นเพื่อนร่วมชีวิต เป็นนักเลงกลอนคนหนึ่ง เป็นคนชอบร้องเพลง เป็นนักเขียน นักอ่าน และเป็นคนที่ชื่นชอบทำอาหาร ชอบจนลืมไปว่า เมื่อได้ตำแหน่งสูงสุดเป็นถึงนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องทุ่มเทเวลาให้กับการบริหารราชการแผ่นดิน ควรหยุดทำกับข้าวออกทีวีเสียบ้าง เมื่อไม่ยอมหยุด ศาลท่านเลยให้หยุดไปทำกับข้าวกินเองที่บ้าน
การเป็นผู้นำของประเทศ ไม่ว่าประเทศไหน ย่อมมีบารมีในตัวเอง จึงไม่ควรจะทำมาหากินในระหว่างดำรงตำแหน่ง ผู้นำอเมริกา เมื่อลงจากตำแหน่งแล้วถึงเขียนหนังสือขาย ไม่เขียนขณะดำรงตำแหน่ง เพราะเขารู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ไม่ต้องมีกฎหมายห้าม ไม่ต้องให้ศาลมาไล่
คุณสมัครก้าวขึ้นจุดสูงสุดของชีวิตนักการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศ ทั้งๆที่ดูเหมือนว่า คุณสมัครไม่ได้คาดคิดหรือเตรียมตัวที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะหลังลงจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคดีทุจริตรถดับเพลิงที่ติดตามไล่หลังคุณสมัครแล้ว ก็ไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก ได้คะแนนอันดับสองของประเทศ เมื่อปี 2549
แต่ยังไม่ทันได้ปฏิบัติหน้าที่ก็เกิด คมช. เมื่อวันที่ 19 ก.ย. เสียก่อน
เส้นทางการเมืองของคุณสมัครน่าจะปิดฉากด้วยวัย 71 ปี เพราะพรรคประชากรไทยที่ตั้งมากับมือ ไม่มีศักยภาพที่เติบโตได้อีก การเมืองไทยเปลี่ยนไปมากจนคุณสมัครเองก็รู้สภาพว่า ไม่สามารถกลับมาเล่นในแนวทางเดิมๆ ได้อีกต่อไป
และแล้วนายใหญ่เจ้าของพรรคพลังประชาชนตัวจริง ที่หนีคดีไปเร่ร่อนต่างประเทศ เกิดปิ๊งคุณสมัคร ต้องการให้เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งหมายถึงได้โอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
โอกาสอย่างนี้ไม่มีอีกแล้วในชีวิตนักการเมือง คุณสมัครจึงตกลงรับเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และเพราะความเป็นคนตรงไปตรงมา คุณสมัครยอมรับว่า เป็นนอมินีให้กับคุณทักษิณ
แล้วนายใหญ่ก็ไม่ทำให้คุณสมัครผิดหวัง ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งสูงสุดของนักการเมือง
ในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคุณสมัครสร้างสีสันให้จดจำเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต เช่นที่หน้าห้องน้ำ ตลาด อ.ต.ก. หน้าห้องอาหารโรงแรมแถวโบ๊เบ๊
คุณสมัครอยู่ในตำแหน่งได้ไม่ถึง 8 เดือน (29 ม.ค.
–9 ก.ย. 2551) ก็ต้องหลุดจากตำแหน่ง โดยคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่คุณสมัครยังมีไฟ ยังติดใจในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่มีกลุ่มการเมืองของเสี่ยเนสนับสนุน ต้องการให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งแต่อาจเป็นเพราะบุคลิกเฉพาะตัวของคุณสมัครที่นายใหญ่คุมไม่ได้ นายใหญ่จึงไม่ปลื้มหักดิบไม่หนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
และครั้งนี้ดูเหมือนเป็นเหตุให้คุณสมัครเสียใจอย่างมาก สูญเสียกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต คุณสมัครปิดฉากชีวิตนักการเมืองอย่างถาวร และเป็นเรื่องแปลก ที่เมื่อลงจากตำแหน่งสูงสุดแล้ว คุณสมัครต้องต่อสู้กับมะเร็งร้าย ซึ่งน่าจะต้องเป็นมาก่อนแล้ว แต่มาทรุดหนักหลังลงจากตำแหน่ง
ถ้านายใหญ่ยังให้โอกาส คุณสมัครอาจมีกำลังใจต่อสู้กับมะเร็งร้ายต่อไปได้ ไม่พ่ายแพ้อย่างรวดเร็วจนถึงกับปิดฉากชีวิตอย่างนี้
คนไทยเรามีวัฒนธรรมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา คือ การอโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว เรามักจะละเว้นการพูดถึงสิ่งที่ไม่ดีของคนที่ตายไปแล้วคนไทยเราถือว่า เมื่อตายแล้วก็จบกัน ไม่มีเคราะห์กรรมใดจะร้ายแรงมากไปกว่าความตาย
วัฒนธรรมดังกล่าว มองได้ 2 มุม ถ้าคิดว่า เมื่อคนตายไปแล้ว จะไปเอาอะไรอีก ก็เป็นมุมดี แต่ถ้าคิดว่าเป็นตัวอย่างสำหรับคนไม่ดี ที่จะไม่มีใครขุดคุ้ยเมื่อตายไปแล้ว อย่างนี้ก็เป็นมุมที่ไม่ดี
ผมเองเคยวิพากษ์วิจารณ์คุณสมัครบ้าง ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ขออโหสิกรรม อย่าได้ผูกเวรผูกกรรมกันต่อไป
ส่วนกรรมที่คุณสมัครทำไว้ ไม่ว่าดีหรือชั่ว คุณสมัครย่อมได้รับผลของกรรมนั้นเอง อันเป็นไปตามกฎแห่งกรรมซึ่งอยู่เหนือกฎหมาย ที่ทุกคนไม่อาจติดสินบนให้หลุดพ้นจากกรรมได้
รวมถึงนักการเมืองที่ยังหลงระเริงกับอำนาจวาสนา ก็ต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรมนี้แน่นอน


