
มายากับยาเสพติด ทำคนดังหมดอนาคต
ยาเสพติดให้โทษทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้างอย่างมหันต์ หลายต่อหลายคนต้องอนาคตดับวูบลง เพียงเพราะเข้าไปข้องแวะกับมัน
ยาเสพติดให้โทษทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้างอย่างมหันต์ หลายต่อหลายคนต้องอนาคตดับวูบลง เพียงเพราะเข้าไปข้องแวะกับมัน
โดย....กันติพิชญ์ ใจบุญ
จดหมายเพียงแค่ฉบับเดียว ที่เมียรักเขียนถึงผัวที่ติดคุกในคดีค้ายาบ้า จะกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญ ให้ตำรวจต้องตามล่าแก๊งค้ายาเสพติด ที่สั่งการซื้อขายยาบ้าจากในคุกเพื่อให้คนนอกนำไปจำหน่าย
คดีนี้ตำรวจสืบสวนจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 วางแผนล่อซื้อยาจาก น.ส.จิราวรรณ พยุงแก้ว อายุ 24 ปี จำนวน 20,000 เม็ด อาจจะดูเหมือนว่าธรรมดา แค่การจับยาทั่วๆ ไป แต่คดีนี้ไม่ธรรมดา เพราะ น.ส.จิราวรรณคนนี้ เคยเป็นถึงระดับนางเอกมิวสิควีดีโอ ของนักร้องที่ถูกจับตาว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย “บี้ เดอะสตาร์” แถมยังเคยถ่ายโฆษณา “วัน ทู คอล” อีกด้วย
แน่นอน งานนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนักร้องเจ้าของเพลงดังมากมาย หรือค่ายมือถือแต่อย่างใด แต่ในเมื่อมีชื่อเข้าไปเอี่ยวด้วย มูลค่าความน่าสนใจในคดีนี้จึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือการสั่งการซื้อขายยาบ้า ที่มีระบบนัดแนะส่งยากันภายนอก แต่คนสั่งอยู่ในคุก
นี่คืออีกเคสคดีที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะอย่างที่เรา ๆ ทราบกัน ที่ผ่านมา “คุก” เปรียบเสมือนแดนสนธยา ที่น้อนคนนักจะรู้ความเป็นไปภายใน ทั้งการจัดการดูแล ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นนักโทษ หรือ แม้แต่ผู้คุมเอง การซื้อขายยา ของ น.ส.จิราวรรณ เธอจะเขียนจดหมายถึงสามีซึ่งถูกต้องโทษอยู่ในภายในเรือนจำแห่งหนึ่งเพื่อสั่งยาให้ และจะนัดลูกค้านำเงินมาส่งให้ตามจุดนัดหมาย
น.ส.จิราวรรณ สารภาพ เคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง และแต่ละครั้งมีเงินซื้อขายยาบ้ากันไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนบาท !!!! จากจดหมายฉบับเล็กๆที่ตำรวจพบเสื้อหา พร่ำเพ้อถึงสามี ที่ติดคุกอยู่ ระบุไว้ว่าจะยอมทำทุกอย่าง และรักมากมายจากที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำให้กับชายคนที่รักได้
แต่การกระทำเช่นนี้ หากรักกันชอบกัน ย่อมเป็นไปตามความถูกต้อง ในวิถีทางแห่งความรัก แต่การรักกัน ด้วยการช่วยเหลือทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย แน่อนน ผลที่ตามมาย่อมร้ายแรง เพราะนั้นหมายถึง คุณกำลังทำให้สังคมต้องเจ็บปวด และสร้างอาชญากรเพิ่มขึ้น เพราะยาเสพติดใครๆ เขาก็รู้ว่ามันไม่ดี
หากมองในแง่ความสำคัญของผู้ต้องหา ที่เป็นถึงนางเอกมิวสิคเพลงดังอย่าง “I need somebody” เพลงนี้ถือเป็นเพลงสร้างชื่อให้กับผู้ร้อง หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า “เธอ” เป็นอีกคนในวงการมายา ที่หลงมัวเมาเข้ามาวังเวียนในวังวนของยาเสพติด
ที่ผ่านมา จะพบเห็นดารา นักร้อง ผู้มีชื่อเสียงในสังคมที่เป็นรู้จัก เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดเป็นจำนวนมาก ที่ดังมากที่สุดก็เห็นจะเป็นหนุ่มรักร้องวง “พาวเวอร์ แพท” หรือ แพท นายวรยศ บุญทองนุ่ม ที่ริอาจค้ายาเสพติด ถูกตำรวจตามจับกุมโ ดยตำรวจยึดยาอีได้ 3,000 เม็ด ยาเค 4 ขวด และกัญชาอัดแห้งอีก 1 ถุง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ซึ่งนักร้องหนุ่มอ้างว่าเป็นเพราะชีวิตตกอับไม่มีงาน จึงต้องหันมาพึ่งยาเสพติดเป็นการเลี้ยงดูตนเอง
และปัจจุบัน ศาลก็สั่งจำคุกเขาเพื่อให้ชดใช้ในสิ่งที่ทำไป เป็นเวลาถึง จำคุก 50 ปี ( ลดมาจากการประหารชีวิต ) ปรับอีกเป็นเงิน 1 ล้านบาท ปัจจุบัน แพทถูกคุมขังที่แดน 4 เรือนจำคลองเปรม อดีตนักร้องคนดังสำนึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองกระทำ ทุกวันนี้ก็พยายามช่วยเหลือสังคมทั้งเล่นดนตรีให้เพื่อนนักโทษฟัง สอนดนตรี และล่าสุดก็เรียนจบปริญญาตรีภายในคุกเรียบร้อย โดยตั้งความหวังว่า สักวันจะได้พาร่างมาสู่แสงแห่งอิสรภาพอีกครั้ง
อีกเรื่องก็เป็นนักร้องเช่นกัน แน่นอนในช่วง 10 ปีก่อน ไม่มีใครที่ไม่รู้จักน้องร้องคู่หูดูโอนามกระฉ่อน อย่างวง ไทรอัมพ์ส คิงดอม ศิลปินคู่หญิงวัยรุ่น คู่แรกจาก โดโจ ซิตี้ ที่ถือกำเนิดกับยุคที่ “เซนต์เตอร์พ๊อยท์” กำลังโด่งดัง ทั้งการร้อง เต้น แต่งกาย ที่ฉีกแนวจนกระทั่งต้องให้วัยรุ่นสาวๆ ในยุคนั้นต้องเลียนแบบกัน กับเพลงฮิตติดหูอย่าง "ผ้าเช็ดหน้า" และ "อย่าเข้าใจฉันผิด"
และหนึ่งในสองนักร้อง มีชื่อของ “จ๊อยซ์” พรพรรณ รัตนเมธานนท์ ที่ผิดพลาด หันเหตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในฐานะ “ผู้ค้า” เมื่อถูกตำรวจจับกุมพร้อมแฟนหนุ่ม พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด เมื่อปี 2547 และเธอถูกลงโทษไปเป็นที่เรียบร้อย โดยต้องถูกจำคุกถึง 33 ปี
อย่างไรก็ตาม ยาเสพติดไม่เคยให้คุณกับใคร ในทางตรงกันข้างให้โทษต่อตัวเองและคนรอบข้างอย่างมหันต์ หลายต่อหลายคนต้องอนาคตดับวูบลง เพียงเพราะเข้าไปข้องแวะกับมัน เมื่อไหร่จะเข็ดหลาบกันเสียที !!!
*************************
อย่าไปยุ่งกับยาเสพติด
ต้องยอมรับว่า อาชีพในวงการมายา เป็นที่ล่อตาล่อใจให้หลายคนอยากเข้ามายึดเหนี่ยว เพราะที่นี้มีทั้งเงิน ทอง ชื่อเสียง บารมี แต่ดาราหลายคน เมื่อเข้ามาในวงการ และสามารถยืนหยัดด้วยความสามารถ ขยันอดทนเก็บหอมรอมริบ สร้างชื่อเสียงเงินทองมากมาย แต่ก็มีอีกหลายคน ที่มองเห็นว่า “เงิน” หามาได้ง่ายๆ เลยจับจ่ายโดยไม่หยี่ระ ประกอบกับสิ่งมัวเมาต่างๆ ก็เข้ามาให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ซึ่งแน่นอนเมื่อเข้าไปข้องแวะ สุดท้ายดาวที่หวังไว้ก็ไม่ได้เป็น
พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ชี้แนะว่า การที่ดารา ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างของเยาวชน อีกทั้งยังเป็นคนของสังคม ดังนั้น การวางตัวให้อยู่ในกรอบกฎหมายก็ต้องเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะหากพลาดมา แน่นอนว่าชื่อเสียงของคุณต้องพังทลาย ไม่ว่าใครก็ตาม คำชี้แนะง่าย ๆ ก็คืออย่าไปข้องแวะกับมัน ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพราะอย่าคิดว่าตำรวจไม่รู้ หรือคิดว่าไม่สนใจเพราะว่าเป็นดารา เมื่อทำผิดหน้าไหนตำรวจก็ไม่ละเว้น อีกอย่าง กลุ่มเยาวชนก็อย่าลอกเลียนแบบ เพราะโทษที่เห็นๆ กันอยู่ก็ควรที่จะหลาบจำ และพึงสังวรณ์ถึงพิษภัยเป็นหลัก ขอทิ้งไว้ง่ายๆ “อย่าไปยุ่งกับมัน”







