
เฝ้าระวังดินถล่ม5จังหวัดใต้
อภิรักษ์เผยประชาชน4.5แสนยังเดือดร้อนจากน้ำท่วม ขณะที่ภาคใต้เจอฝนตกต่อเนื่อง สั่งเฝ้าระวังดินไหล-ดินถล่มในพื้นที่เชิงเขา 5 จังหวัด
อภิรักษ์เผยประชาชน4.5แสนยังเดือดร้อนจากน้ำท่วม ขณะที่ภาคใต้เจอฝนตกต่อเนื่อง สั่งเฝ้าระวังดินไหล-ดินถล่มในพื้นที่เชิงเขา 5 จังหวัด
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) แถลงว่า ยังมีพื้นที่ที่ยังคงประสบอุทกภัยทั้งสิ้นท 18 จังหวัด 163 อำเภอ 763 ตำบล 5,749 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 456,865 ครัวเรือน จำนวนผู้เสียชีวิต 223 ราย
ทั้งนี้พื้นที่ภาคใต้ยังมีสถานการณ์อุทกภัย 5 จังหวัด คือ สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ซึ่งในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบว่ามีปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ อาจทำให้เสี่ยงที่จะเกิดเหตุดินไหลและดินถล่มในพื้นที่เชิงเขา หากมีฝนตกอีกในปริมาณมากอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มตามมาได้ โดยมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าชนะ (ต.ประสงค์ ต.คลองพา) อ.ไชยา (ต.ปากหมาก) และ อ.วิภาวดี (ต.คลองมุย) จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึง อ.ลานสกา และอ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช รวมถึง อ.ประทิว อ.หลังสวน อ.สวี จ.ชุมพร ด้วย
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า คชอ.ได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัด และท้องถิ่น สำรวจสภาพบ้านเรือน อาคาร โรงเรียน สถานพยาบาล ศาสนสถาน เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการเข้าไปฟื้นฟูระยะที่ 2 ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ (จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) รวมถึง 4 จังหวัดภาคใต้ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ได้แก่ สตูล กระบี่ ชุมพร และระนอง โดยให้รายงานให้ที่ประชุม คชอ.ทราบในการประชุมวันพรุ่งนี้ (15พ.ย.)
นอกจากนี้ คชอ.จะได้ติดตามการสำรวจความเสียหายของสวนยางพารา การประมง ในพื้นที่ 5 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเตรียมที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 16 พ.ย.นี้ เพื่อมีมาตรการให้ความช่วยเหลือและชดเชยตามเกณฑ์ต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของชาวสวนยางที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์สวนยางจะได้รับความช่วยเหลือด้วยหรือไม่นั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คงจะมีการหารือใน ครม.ด้วย
ขณะที่สถานการณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล ขณะนี้ยอดน้ำสูงสุดยังคงอยู่ที่ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด มีปัญหาน้ำล้นตลิ่ง 1.49 เมตร และตอนนี้น้ำเข้าสู่ อ.ทุ่งเขาหลวง ซึ่งต้องให้ ปภ.เตรียมรับมือ ส่วนพื้นที่ทางภาคกลาง ขณะนี้กรมชลประทานได้ลดปริมาณการปล่อยน้ำเหนือลงมา ปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,768 ลบ.ม./วินาที ที่ จ.นครสวรรค์ โดยไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,548 ลบ.ม./วินาที เขื่อนพระราม 6 และสถานีบางไทร 2,306 ลบ.ม./วินาที ทำให้สามารถเร่งระบายน้ำในพื้นที่ท่วมขัง ทาง จ.ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี







