posttoday
เอาผิดไต๋เรือ-ผู้ช่วยจับ "โลมา" ติดอวนมาทำเนื้อแดดเดียว

เอาผิดไต๋เรือ-ผู้ช่วยจับ "โลมา" ติดอวนมาทำเนื้อแดดเดียว

02 กันยายน 2562

ตำรวจเอาผิด ไต๋เรือ-ผู้ช่วย หลังปรากฏคลิปจับโลมาขึ้นจากทะเล สารภาพจับโลมาที่ติดอวนขึ้นมาทำเนื้อแดดเดียว 4 ตัว ที่เหลือกว่า 20 ตัวปล่อยทิ้งทะเล

ตำรวจเอาผิด ไต๋เรือ-ผู้ช่วย หลังปรากฏคลิปจับโลมาขึ้นจากทะเล สารภาพจับโลมาที่ติดอวนขึ้นมาทำเนื้อแดดเดียว 4 ตัว ที่เหลือกว่า 20 ตัวปล่อยทิ้งทะเล

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปข่าว เรือประมง และคนงานในเรือจับ โลมา ขึ้นจากมหาสมุทร บริเวณน่านน้ำประเทศมาเลเซีย และมีการใช้ภาษาไทยสื่อสารกันบนเรือ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ก่อนมีการเผยแพร่ภาพในโซเชียลมีเดีย ระหว่างวันที่ 14 - 15 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เร่งตรวจสอบจนทราบว่า เป็นเรือประมง "ส.พรเทพนาวี 9" ซึ่งถูกระบุว่า ขายให้กับนายทุนชาวมาเลเซียไปแล้วกว่า 2 ปี พร้อมเปลี่ยนเป็นเรือสัญชาติมาเลเซีย และคาดว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "KNF 7779"

ต่อมา พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บัญชาการ สำนักงานกฎหมายและคดี (ผบช.กมค.) ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมาย ศูนย์บัญชาการการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) จึงลงพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนโดยได้ประสานงานกับกรมประมงและทางการมาเลเซีย พร้อมได้ทำการร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมาย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 62 พล.ต.ท.จารุวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นที่แน่ชัด ในเบื้องต้นว่า มีผู้กระทำความผิดเป็นคนไทยมีจำนวน 2 คน คือ นายธนัญชัย หรือไต๋หาร ซึ่งเป็นไต๋เรือลำที่เกิดเหตุ และอีกคน คือ นายสันติ หรือไต๋ติ เป็นผู้ช่วยไต๋เรือลำดังกล่าว จึงได้ออกหมายเรียก ผู้ต้องหา ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 ก.ย. 62

พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหา ทั้ง 2 คน ตาม พ.ร.ก.การประมงฯ มาตรา 66 ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำชนิดที่เลี้ยงลูกด้วยนมสัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด หรือนําสัตว์น้ำดังกล่าวขึ้นเรือประมง เว้นแต่มีความจําเป็นเพื่อการช่วยชีวิตของสัตว์น้ำนั้น ซี่งตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กําหนดชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ที่ห้ามจับหรือนําขึ้นเรือประมง พ.ศ. 2559 ข้อ 2 กําหนดให้สัตว์นํ้าชนิดที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ เป็นสัตว์น้ำที่ห้ามมิให้ผู้ใดจับหรือนําขึ้นเรือประมง ซึ่งรวมถึง โลมาและวาฬทุกชนิด โดยการกระทำผิดดังกล่าว มีโทษตาม มาตรา 145 มีโทษปรับตั้งแต่ 3 แสนบาท ถึง 3 ล้านบาท ตามจำนวนผู้ต้องหา

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ในชั้นสอบสวนนายธนัญชัย ให้การรับสารภาพว่า เป็นไต๋เรือ ส่วนนายสันติ ผู้ช่วยไต๋เรือ ก็ได้รับว่าเป็นผู้ช่วยไต๋เรือลำที่เกิดเหตุจริง และผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังเป็นผู้สั่งการให้คนงานในเรือลำดังกล่าวเอา โลมา ที่ติดอวนจำนวน 30 ตัว ขึ้นมาบนเรือจริง หลังจากนำขึ้นมาแล้วได้นำมาทำอาหาร ประมาณ 4 ตัว เป็นเนื้อแดดเดียว ส่วน โลมา ที่เหลือได้โยนทิ้งลงทะเลไป ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้พนักงานสอบสวนจะต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการเปรียบเทียบตาม พ.ร.ก.การประมงฯ ดำเนินการพิจารณาเปรียบเทียบผู้ต้องหาทั้งสองตามกฎหมายต่อไป ซึ่งหากผู้ต้องหาไม่มีเงินจ่ายค่าปรับจะต้องถูกกักขัง ไม่เกิน 2 ปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท