
กรมคุมประพฤติบี้เอกชนคู่สัญญาเปลี่ยน "กำไลอีเอ็ม" หลังพบข้อผิดพลาด
กรมคุมประพฤติจี้บริษัทเอกชนคู่สัญญาเปลี่ยน "กำไลอีเอ็ม" ภายใน 6-8 ชั่วโมงหลังพบข้อผิดพลาด ย้ำเงื่อนไขเดียวต้องถอดไม่ได้ พ้นเดือนส.ค.หากทำไม่ได้ต้องยกเลิกสัญญา
กรมคุมประพฤติจี้บริษัทเอกชนคู่สัญญาเปลี่ยน "กำไลอีเอ็ม" ภายใน 6-8 ชั่วโมงหลังพบข้อผิดพลาด ย้ำเงื่อนไขเดียวต้องถอดไม่ได้ พ้นเดือนส.ค.หากทำไม่ได้ต้องยกเลิกสัญญา
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.62 นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า หลังจากตรวจพบว่ากำไลอีเอ็มสามารถถอดออกโดยไม่มีสัญญาณแจ้งเตือน จึงได้เรียกประชุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทีโออาร์และมีมติว่า ข้อผิดพลาดดังกล่าวผิดไปจากสัญญา ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังบริษัทเอกชนคู่สัญญาให้นำอุปกรณ์ที่เทียบเท่าหรือดีกว่าเข้ามาเปลี่ยน โดยพื้นที่กทม.และปริมณฑลต้องแก้ไขภายใน 6 ชั่วโมง ส่วนต่างจังหวัดจะต้องแก้ไขภายใน 8 ชั่วโมง ซึ่งสัญญาเช่าระบุว่าหากคู่สัญญาไม่สามารถนำอุปกรณ์มาเปลี่ยนจะถูกปรับเป็นรายวัน 500 บาทต่อวันต่อชุด
อย่างไรก็ตาม หากครบกำหนด 15 วันแล้ว บริษัทเอกชนคู่สัญญาไม่สามารถแก้ไขให้เป็นไปตามทีโออาร์ ผู้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาได้ และจะครบกำหนดภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้ โดยบริษัทคู่สัญญาต้องหาอุปกรณ์ใหม่มาเปลี่ยนและทำการทดสอบว่ากำไลอีเอ็มที่ได้รับการแก้ไขแม้จะสวมที่ข้อมือก็ต้องถอดไม่ได้ ไม่ใช่แก้ไขโดยเปลี่ยนไปสวมที่ข้อเท้า เนื่องจากในทีโออาร์กำหนดว่ากำไลอีเอ็มสามารถสวมที่ข้อมือหรือข้อเท้าอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ แต่ต้องไม่สามารถถอดออกได้
นายประสาร กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมคุมประพฤติยังไม่ได้รับรายงานสอบการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพบข้อผิดพลาดในประเด็นใดบ้าง แต่ยืนยันว่าการกำหนดทีโออาร์และการเช่าใช้เป็นไปตามระเบียบทุกอย่าง มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาถึงขั้นตอนเทคนิคต่างๆ และเมื่อผลการทดสอบพบข้อผิดพลาดกรมคุมประพฤติจึงชลอการจ่ายค่าเช่าไปพลางก่อน โดยยืนยันว่าตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาเช่าใช้ในเดือนม.ค.จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการจ่ายเงินค่าเช่าใช้ให้กับบริษัทคู่สัญญาเลย







