
ภาระหนักอึ้ง
การสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลพม่ากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยบริเวณตะเข็บแนวชายแดนไทย หลายจุดส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การสู้รบในพม่าระลอกใหม่หลังมีการหยุดยิงไปนานกว่า 10 ปีครั้งนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากรัฐบาลทหารพม่าได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2551 อันมีประเด็นสำคัญอยู่ที่รวมพม่าให้เป็นหนึ่งเดียว ห้ามชนกลุ่มน้อยมีการจัดตั้งกองกำลังของตนเองอีกต่อไป ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มที่เคยให้ความร่วมมือกับพม่า และมีสัญญาหยุดยิงมากว่า 10 ปี
ไม่เพียงเท่านั้น การเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปีของพม่าผ่านพ้นมา 1 สัปดาห์ ที่ทางรัฐบาลทหารพม่าพยายามสร้างภาพให้โลกมองเห็นว่าพม่าได้ก้าวพ้นการปกครองด้วยอำนาจเผด็จการทหาร และเดินสู่ระบอบประชาธิปไตยดังเช่นนานาอารยประเทศ
กลับปรากฏว่าการเลือกตั้งครั้งนี้แทนที่จะเป็นการนำพม่ากลับเข้าสู่สังคมโลก กลับทำให้โลกได้เห็นการสืบทอดอำนาจทางการเมือง และความทรงอำนาจของผู้นำทางการทหาร โดยที่กระบวนการเลือกตั้งได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าการใช้กำลังเข้ากำจัด ข่มขู่ กักขังนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับอำนาจรัฐ
ซ้ำยังห้ามบรรดาชนกลุ่มน้อยเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้
ในอดีตการสู้รบในพม่ามีมายาวนาน ทหารพม่าต้องสู้รบกับชนกลุ่มน้อยหลายฝ่าย ทั้งคะฉิ่น ไทยใหญ่ ว้า กะเหรี่ยง และมอญ ทั้งเพื่อแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ และขัดขวางความพยายามของชนกลุ่มน้อยที่พยายามแยกตัวเป็นอิสระ มีเอกราชของตัวเอง และมีรัฐบาลพม่าประกาศนโยบายรวมพม่าให้เป็นหนึ่งเดียว บรรดาผู้นำชนกลุ่มน้อยจึงรู้สึกไม่ต่างจากการถูกหักหลัง จึงนำมาซึ่งการสู้รบตลอดแนวตะเข็บชายแดน โดยเฉพาะฝั่งตรงข้าม จ.ตาก และกาญจนบุรีของไทย
สิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ในการคาดการณ์ และหน่วยข่าวของไทยเองก็ได้มีการประมาณการว่าการสู้รบในพม่ารอบนี้น่าจะยาวนานยืดเยื้อ กินเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยที่ทหารไทยได้มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์มาอย่างยาวนาน ในกรณีที่การสู้รบลุกลามบานปลายเข้ามาในเขตไทย โดยได้มีการตรึงกำลังทหารไทยตลอดแนวชายแดนเพื่อรักษาความมั่นคง และรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ใกล้เขตพรมแดนไทยพม่า
กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ไทยต้องประสบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การรับภาระดูแลชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยที่หนีภัยสู้รบเข้ามาอาศัยแผ่นดินไทยเพื่อความปลอดภัยตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 3 หมื่นคน และน่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกมาก
การดูแลให้ความสะดวก รวมทั้งด้านอาหารและที่อยู่อาศัย ภาระหนักอึ้งของไทยยังต้องรวมถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบ ป้องกันไม่ให้ผู้ที่อพยพเข้ามาลักลอบใช้ไทยเป็นฐานพักพิงซ่องสุมกำลังในการกลับเข้าเปิดศึกกับทหารพม่า
การจัดการของรัฐบาลไทยกับสิ่งที่เกิดขึ้นนับว่าดียิ่ง สมควรได้รับคำชมเชย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังน่าจะมีบทบาทเพิ่มเติมในการใช้ความพยายามให้ความรุนแรงในพม่าคลี่คลายในทางสันติ







