posttoday
ไมตรีจิต ภาระกิจสลายสีเสื้อ

ไมตรีจิต ภาระกิจสลายสีเสื้อ

13 พฤศจิกายน 2553

ปรองดอง...สมานฉันท์...กลายเป็น "ธงหลัก" ที่ถูกจุดประเด็นอย่างกว้างขวางในสังคมไทยซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาพแตกแยกรุนแรง หลายฝ่ายหลายสี

ปรองดอง...สมานฉันท์...กลายเป็น "ธงหลัก" ที่ถูกจุดประเด็นอย่างกว้างขวางในสังคมไทยซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาพแตกแยกรุนแรง หลายฝ่ายหลายสี

โดย ...ทีมข่าวการเมือง

อีกสายน้ำ...ขจัดร้อนประเทศ

ปรองดอง...สมานฉันท์...กลายเป็น "ธงหลัก" ที่ถูกจุดประเด็นอย่างกว้างขวางในสังคมไทยซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาพแตกแยกรุนแรง หลายฝ่ายหลายสี หันมาโหนกระแสแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ล่าสุด"นักการเมือง" ที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหลายในสังคม ได้รวมตัวกลุ่มที่มีแนวคิดคล้ายๆกัน อาสาจุดชนวนแก้ปัญหาเรื่องนี้ ภายใต้ชื่อกลุ่ม"ไมตรีจิต"

ท่ามกลางเสียงตอบรับหนาแน่นกับการรวมกลุ่มของนักการเมือง "เหลือง-แดง-น้ำเงิน"    

ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวตั้งตัวตี เล่าถึงที่มาที่ไปของกลุ่มนี้ว่า พอย้อนดูสภาพปัญหา มีมานานต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องเสื้อเหลือง เสื้อแดง คิดไปเรื่อยๆ ว่า จะจบอย่างไรจากที่ค้นคว้า อ่านหนังสือเยอะ ยิ่งตกใจว่าประเทศที่เคยมีการรบราฆ่าฟัน จะจบได้ก็ต่อเมื่อวิกฤตสุดๆหมายถึงมีการรบราฆ่าฟันจนแย่ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงทั้งสองฝ่าย สามฝ่าย สี่ฝ่าย ไม่ว่าใกล้ประเทศเราหรือไกลประเทศเรา ประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าจะยุติศึกกันได้ก็ต่อเมื่อมันพัฒนาไปจนเละเทะหมดแล้ว

"เราคงไม่อยากเห็นประเทศของเราดีขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมันพังหมด จึงคิดว่าถ้าเราตัดไฟตั้งแต่ต้นลมได้ เราก็น่าจะทำ นี่คือเป้าหมายจากสิ่งที่หวั่นเกรงว่าจะเกิดขึ้นโชคดีว่าได้รับความร่วมมือจากเพื่อนผู้แทนฯ ที่มีความเห็น มีอุปนิสัยที่คล้ายๆ กัน จริงๆมีอยู่จำนวนมาก แต่เราเอามาเฉพาะตัวแทนพรรคก่อน แล้วไปขยายผลต่อในพรรคของตัวเอง ไปขยายผลต่อในกรรมาธิการของตัวเอง"

ไมตรีจิต ภาระกิจสลายสีเสื้อ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย

จากความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีต่อเพื่อนพ้องในสภา เมื่อเวลาสุกงอมได้ที่ "ทนุศักดิ์" เริ่มโทร.หาเพื่อน สส. ก่อนวันที่ 2 พ.ย. 1-2 วัน ส่วนใหญ่ก็รับปาก จากนั้นนัดหาวันที่ทุกคนสะดวก ว่าใครว่างวันไหน และสรุปได้วันที่ 2 พ.ย. เริ่มประชุมครั้งแรก ก่อนจะแถลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 พ.ย. และให้แต่ละคนกลับไปขยายผลในพรรคของตัวเอง ก่อนกลับมาหารือกันอีกครั้งในวันที่ 23 พ.ย.นี้

ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องตัวบุคคล เพราะในพรรคมีคนเยอะ คงไม่รู้จักกับทุกคน แต่บางคนที่รู้จัก เริ่มจากการจับกลุ่มคุยกับเพื่อนๆ ผู้แทนอย่างเขาสนิทกับ "เจริญ คันธวงศ์" สส.กทม.ประชาธิปัตย์ นพ.บรรพต ต้นธีรวงศ์ สส.สัดส่วน ปชป. เขาก็ขยายไปในพรรคประชาธิปัตย์ อย่างเขาสนิทกับ รณฤทธิชัย คานเขตสส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ขยายไป พิกิฏศรีชนะ สส.ยโสธร เพื่อแผ่นดิน หรือ กฤษณาสีหลักษณ์ สส.อุตรดิตถ์ เพื่อไทย สนิทกับ อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สส.ศรีสะเกษ ภูมิใจไทย

เป็นลักษณะเพื่อนต่อเพื่อน เป็นพวกที่มีความชอบคล้ายๆ ซึ่งขอไม่ต้องเยอะ เป็นตัวแทนพรรคสัญลักษณ์ก่อน ไม่เน้นต้องมีจำนวนเป็นร้อยเป็นพันไม่ต้อง สส.ทั้งสภา แค่นี้ก็พอ ถ้าอยากจะทำบุญถ้าเรานับถือศาสนาตรงกันเราก็ทำบุญที่วัดใกล้บ้านเราก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องมารวมกันที่กรุงเทพฯ

สุดท้ายก็เห็นตรงกันว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ก็น่าจะตั้งกลุ่มเสียเลย เผื่อวันหน้าวันหลังจะทำอะไร จะได้ไม่ต้องไปควานหากันอีก เมื่อประชุมกัน นพ.เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สส.ตาก ปชป. ก็เสนอชื่อขึ้นมาก็เป็นที่ประทับใจชอบใจของทุกคน แต่ก่อนจะมาถึงเรื่องชื่อ บนโต๊ะวันนั้นพูดคุยกันถึงปัญหา ทางออกพอสมควร แต่ไม่ใช่ข้อยุติอะไร เพราะเป็นการพบกันครั้งแรก

"อยากให้เริ่มต้นที่ตัวเราก่อน สังคมมีความสับสนไม่เข้าใจ ต่างๆ นานา ก็คิดว่าคนไทยทุกคนอยากเห็นความสงบสุข ตรงนี้เกิดไม่ได้ถ้าคนในชาติไม่รักชาติ คนจะรักชาติก็ต่อเมื่อคนรักกันขณะเดียวกันคนที่จะรักกันก็ต้องได้รับความเท่าเทียมกันในด้านต่างๆ ได้รับความยุติธรรมขจัดความเหลื่อมล้ำในด้านต่างๆ เรามองส่วนใหญ่ไล่ลงไปส่วนย่อย"

แม้จะได้เสียงตอบรับดีจนมี สส.มาแสดงความจำนงร่วมกลุ่ม "ไมตรีจิต" แต่ "ทนุศักดิ์"คิดว่า หากมีสมาชิกขึ้นมาก็ต้องมาทำความเข้าใจกันใหม่ ต้องมาขอความคิดเห็นกันใหม่ ซึ่งเห็นว่าคนน้อยทำงานง่าย ไม่อย่างนั้นยังอาจแข่งตัวเลขกัน ใครน้อยใครมาก

แต่ใช่ว่าจะมีแต่เสียงตอบรับที่ดี เมื่อเสียงจากฟากของคนที่เห็นด้วยคงมีไม่น้อย คนที่กังวลก็มี พวกที่เข้มข้น ทั้งเหลืองเข้มข้น แดงเข้มข้น เขาก็อาจจะไม่ค่อยแฮปปี้นัก แต่เราก็ต้องอดทนต่อไป ก็ว่ากันไปเพราะเราไม่มีอะไรอยู่ข้างหลัง ไม่มีทางที่จะมีอะไรได้อยู่แล้ว ที่ทำไปเป็นเรื่องส่วนตัวเพราะในทางการเมืองมันจับต้องไม่ได้ ได้แต่ความชื่นใจ ซึ่งก็มีมูลค่ามาก

"ความสัมพันธ์ส่วนตัวมีมานาน ผู้แทนฯ นี่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่แล้ว เวลาเหลืองล้อม แดงล้อม ก็คุยปรับทุกข์ ปรับสุขกันอยู่แล้วพอถึงเวลาเราชวน ก็รู้ว่าควรชวนใครอยู่

เพราะมันรู้เส้นรู้สาย รู้นิสัยใจคอ เพราะฉะนั้นเมื่อชวนปุ๊บก็รับปั๊บ เพราะเรารู้พื้นฐานกัน เราก็ไม่ไปรบกวนชวนคนที่เขาเข้มข้นเพราะจะทำให้เขาลำบากใจ เขาปฏิเสธเราก็ลำบากใจ"

ขั้นตอนหลังจากนี้เมื่อผ่านการประชุมนัดแรกแล้วมีการลิสต์ปัญหาแล้ว ภารกิจในอนาคต คือ เราจะต้องมามองให้ชัดๆ ว่าสถานะผู้แทนทั้ง 17 คน ที่เป็นอยู่จะกลับไปคุยกันในพรรคให้ทำอะไรกับสังคมการเมืองไทยดี เพราะองค์กรที่ตัวเองสังกัดอยู่ มีพละกำลัง ลองไปดูว่าเราจะขับเคลื่อนอะไร ในพรรคของเราให้เกิดความรักความสามัคคีในประเทศ มีไมตรีจิตให้เกิดขึ้นในประเทศได้บ้าง โดยนำระบบคิดอ่าน ที่มาคุยกันไปเผยแพร่ในพรรคของตัวเอง ถ้าในองค์กรในพรรคของเรา เรายังผลักดันไม่ได้ มาทำข้างนอกก็จะยิ่งเกะกะไปกันใหญ่

ทนุศักดิ์ อธิบายว่า คนเรามันจะรักประเทศได้ต้องเริ่มต้นจากรักกัน ไม่งั้นไม่รักประเทศ คนที่จะรักกันได้ต้องมีความเท่าเทียมกันบนความยุติธรรม พื้นฐานความถูกต้องขจัดความเหลื่อมล้ำ สิ่งที่ทำให้สังคมมั่นคงแข็งแรงมีความสุขคนรักกัน เราจะต้องทำให้สายตาคนทุกสี มองเห็นปัญหาต่างๆ ตรงกัน และคิดหาวิธีแก้ปัญหาในกรอบที่ตรงกัน

ไมตรีจิต ภาระกิจสลายสีเสื้อ

..สิ่งที่พวกเราทำไม่ใช่ปลายทาง เพราะมันเป็นการเริ่มต้นของพวกเรา มันก็ไม่ใช่การเริ่มต้นของกิจกรรมประเภทนี้ เพราะมีคนที่รักชาติรักประเทศ ทำเรื่องนี้ตลอดเวลา เช่น เสธ.หนั่น(พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์) กรรมการสมานฉันท์ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ทำ สิ่งที่เราทำไม่ใช่ปลายทาง ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่เพิ่งเริ่ม ทุกคนก็ทำกันมาแล้ว แต่เราก็จะเป็นกระแสน้ำสายหนึ่งที่จะเข้าไปให้ประเทศนี้เย็นขึ้น ถ้ามารวมกันมากขึ้นก็เป็นไปได้"     

ในฐานะที่ "ทนุศักดิ์" ประกาศตัวว่าแดงชัดเจน สนับสนุนการชุมนุมทั้งที่ ราชดำเนินราชประสงค์ ต่อเนื่อง 60-70 วัน ขาดเพียงแค่4-5 วัน ลงพื้นที่ ขาดแต่ขึ้นเวทีเท่านั้น แต่เมื่อถึงเวลาก็เห็นว่า อะไรที่เป็นประโยชน์กับสังคมที่สุด ซึ่งก็อยากวอนให้คนในพรรคเข้าใจตรงนี้

แม้สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มไมตรีจิต จะเป็นเพียงแค่สมาชิกพรรคต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นแกนนำพรรค จนอาจจะผลักดันการขับเคลื่อนภายในแต่ละพรรคได้ยากนั้น

ทว่า "ทนุศักดิ์"อธิบายว่า แม้จะเป็นเสียงเล็กๆ แต่ถ้าเป็นเสียงที่มีเหตุมีผลก็ต้องรับฟังและต้องปฏิบัติตาม

เสียงที่ถูกต้องแม้จะค่อย แต่ก็เหมือนเสียงระฆังที่อยู่ตามวัด ก็น่าฟังนะ แต่ขณะเดียวกันเสียงไม่ดีที่อยู่ตามวัดตามอะไรก็หนวกหูนะ ถึงจะดังแต่ก็ไม่น่าฟัง ขอให้เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจบริสุทธิ์ใจ มีทิศทางเป็นเหตุเป็นผล ก็มั่นใจว่าเป็นไปได้

กับความคาดหวังสิ่งที่ทำในครั้งนี้ "ทนุศักดิ์"คิดว่า "ในฐานะผมหัวเรี่ยวหัวแรง หวังว่าจะทำสำเร็จ ผมคิดทำของผมให้เต็มที่ ถ้าไม่สำเร็จก็แย่ที่ผมคนเดียว แต่มีร้อยผมหวังร้อยได้ต่ำกว่านั้นเป็นเรื่องความบกพร่องของผม ผมก็รับของผมไป บ้านเมืองก็ไม่เสียหาย ไม่มีกลุ่มก็ไม่เสียหาย เป็นความฝันเฟื่องของผมเอง แต่ผมหวังเต็มร้อย

17สมาชิกไมตรีจิต

พรรคเพื่อไทย
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์
น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ สส.อุตรดิตถ์
นายสุเมธ ฤทธาคนี สส.ปทุมธานี
นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ สส.เพชรบูรณ์
นายธเนศ เครือรัตน์ สส.ศรีสะเกษ

ประชาธิปัตย์
ดร.เจริญ คันธวงศ์ สส.กทม.
นพ.บรรพต ต้นธีรวงศ์ สส.สัดส่วน
ดร.รัชดา ธนาดิเรก สส.กทม.
น.พ.เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สส.ตาก

พรรคเพื่อแผ่นดิน
นายพิกิฏ ศรีชนะ สส.ยโสธร
นายรณฤทธิชัย คานเขต สส.ยโสธร

ภูมิใจไทย
นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สส.ศรีสะเกษ

ประชาราช
นางตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว

มาตุภูมิ
นายนัจมุดดีน อูมา สส.นราธิวาส

ชาติไทยพัฒนา
นายตุ่น จินตะเวช สส.อุบลราชธานี

กิจสังคม
นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สส.สุโขทัย

รวมชาติพัฒนา
นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สส.นครราชสีมา

งูเห่า...เคล้าน้ำตา

ผ่านไปกว่า 13 ปี "ทนุศักดิ์" ยังยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งสำคัญบนเส้นทางการเมือง"ถูกต้อง" แม้จะส่งผลให้เขาถูก "ตีตรา" เป็น 1 ใน 12 "งูเห่า"

ไมตรีจิต ภาระกิจสลายสีเสื้อ

"ตอนนั้น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ถูกโจมตีอย่างหนักในช่วงฟองสบู่แตก เกิดกระแสไม่ยอมรับรัฐบาล รุนแรงผสมโรงกับเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ตอนนั้นผมเสียใจมาก แต่ก็คิดว่าประชาชนไม่ยอมรับรัฐบาล อย่างไรก็ต้องเปลี่ยนแปลง"

นั่นเป็นครั้งแรกที่ "ทนุศักดิ์" แถลงข่าวพร้อม"น้ำตา" อธิบายการตัดสินใจพลิกขั้วหันมาหนุนชวน หลีกภัย จากประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านในขณะนั้นขึ้นเป็นนายกฯ แทนที่จะเป็น พล.อ.ชาติชาย  ชุณหะวัณ รองนายกฯ ขณะนั้น ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา

ชนวนวันนั้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง "งูเห่า" อย่าง "ทนุศักดิ์" และ "ชาวนา" อย่างสมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรคประชากรไทย ขาดสะบั้นลง ก่อนจะได้มาคุยกันอีกครั้งเมื่อ"สมัคร" ได้มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน

วันนี้ที่ตรงกับวันพระราชทานเพลิงศพ"สมัคร สุนทรเวช" อดีตนายกฯ ซึ่ง "ทนุศักดิ์"เตรียมที่จะเดินทางไปร่วมงานเพื่อขออโหสิกรรมเป็นครั้งสุดท้าย

ถัดมาปี 2553 ในช่วงการชุมนุมเสื้อแดงราวเดือน เม.ย. ซึ่งทหารตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยรอบบริเวณรัฐสภาอย่างแน่นหนา "ทนุศักดิ์" ได้นำรถเข้าไปจอดขวางเพราะไม่ต้องการให้เกิดภาพผู้แทนต้องคอยลัดเลาะทหารเข้าสภา ซึ่งเป็นเรื่องไม่สง่างาม

"ช่วงที่ผ่านมาทั้งเหลืองทั้งแดงมาปิดล้อมสภา ผมเคยปีนรั้วหนีกับประธานชัย ชิดชอบ มาแล้ว ตอนหลังมานึกดูว่าหนีอะไร ตอนนั้น 2490 อดีตประธานรัฐสภา นายพึ่ง ศรีจันทร์ คนบ้านผม ช่วงปฏิวัติก็มีทหารมาล้อมแต่ท่านก็ยังยืนยันจะเข้าประชุมตามหน้าที่ จนต้องถูกขังแต่ต่อมาก็ต้องปล่อยตัว

วันนั้นวันพุธมีประชุมอนุกรรมาธิการที่สภา แต่สภามีทหารมาล้อม ผมว่าไม่มีศักดิ์ศรี ต้องให้ สส.ลงเดินเข้าไปในสภาผมจึงเอารถไปขวางทหาร ก็มาถามว่ารถใครให้ไปถอยออก ผมก็บอกรถของผมแต่ไม่ยอมถอย บอกว่าไม่ถอย ให้มาเผาเลย"

วันรุ่งขึ้น "ทนุศักดิ์" ตัดสินใจเข้าร่วมประชุมสภาทั้งที่พรรคเพื่อไทยมีมติไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์จอดรถขวาง และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องน้ำตานองกับเหตุการณ์ทางการเมือง

"ตอนที่อธิบาย อารมณ์ก็พลุ่งพล่าน อยู่ดีๆน้ำตาก็ไหลออกมาเอง ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้กับเรื่องอย่างนี้ขึ้นเร็ว ลงเร็ว"

เส้นทางทางการเมืองที่ผ่านมาจากจุดเริ่มต้นด้วยตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลศรีพนมมาศจ.อุตรดิตถ์ ขยับมาสวมเสื้อเสรีธรรม ลง สส.อุตรดิตถ์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในปี 2538 ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อมาเป็นประชากรไทย และได้เป็นผู้แทนครั้งแรกในปี 2539

หลังจากเปลี่ยนสถานะเป็น "งูเห่า" ได้ถูกทาบทามมาร่วมงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ ร่วมบุกเบิกก่อตั้งพรรคไทยรักไทยและผูกขาด สส.อุตรดิตถ์ มาตลอด แม้จะเปลี่ยนเป็นพลังประชาชน และเพื่อไทยต่อมา

"ตอนนั้นเป็น สส.ใหม่ ทำอะไรก็ไม่ได้มาก ถ้าเทียบกับตอนเป็นนายกเทศมนตรีที่คิดว่าน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ แต่เอาเข้าจริงก็ทำอะไรได้เล็กๆ น้อยๆ จน พ.ต.ท.ทักษิณ มาชวนตั้งพรรคมีนโยบายที่น่าสนใจทั้งพักชำระหนี้ กองทุนหมู่บ้านเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นประโยชน์ ชอบนโยบาย แต่ตัวท่านทักษิณนี่ไม่รู้จักเป็นพิเศษ แต่เห็นตอนนั้นว่ามีกำลังเยอะ ก็อยู่มาเรื่อย"

เส้นทางต่อจากนี้จะมีโอกาสเป็น "งูเห่า"ภาคใหม่หรือไม่อย่างไร "ทนุศักดิ์" เลียบๆ เคียงๆทิ้งท้ายว่า ตอนนี้ขอแค่ทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไปให้ดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท