
เสี่ยอสังหาร้องกองปราบถูกสหกรณ์ชื่อดังฉ้อโกง 10 ล้าน
เสี่ยนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หอบตั๋วสัญญาใช้เงินเข้าแจ้งความกองปราบ หลังถูกปฏิเสธขึ้นเงิน 10 ล้าน เผยสหกรณ์ชื่อดังทำมาหลายครั้ง เตรียมยื่นฟ้องแพ่ง
เสี่ยนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หอบตั๋วสัญญาใช้เงินเข้าแจ้งความกองปราบ หลังถูกปฏิเสธขึ้นเงิน 10 ล้าน เผยสหกรณ์ชื่อดังทำมาหลายครั้ง เตรียมยื่นฟ้องแพ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) นายธนากร เอื้องไมตรีภิรมย์ อายุ 57 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 16/438 ซ.เสือใหญ่อุทิศ แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. เข้าพบ พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวน ( สบ 3 ) กก.1 บก.ป.แจ้งความเอาผิดผู้บริหารระดับสูงของ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด 2 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง พร้อมนำตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 10 ล้านบาท และหนังสือค้ำประกัน มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
นายธนากร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีลูกหนี้ของตนรายหนึ่งได้นำตั๋วดังกล่าวมาชำระหนี้ที่ติดค้างกันจำนวนกว่า 10 ล้านบาท จึงรับไว้ เนื่องจากชื่อสหกรณ์ดังกล่าวน่าเชื่อถือ โดยตั๋วระบุออกให้ในวันที่ 30 เม.ย.สามารถนำไปขึ้นเงินได้ในวันที่ 30 พ.ค.2553 แต่เมื่อนำไปขึ้นเงินปรากฏว่ากลับถูกปฏิเสธ โดยผู้บริหารระดับสูง 2 คน ที่มีลายเซ็นอยู่ในตั๋วและในหนังสือค้ำประกัน บอกว่าตั๋วดังกล่าวออกโดยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจริง แต่ขอผัดผ่อนการชำระเงินไปอีกอาทิตย์นึง เมื่อครบกำหนดผัดผ่อนตนได้เดินทางไปทวงถามอีกครั้ง แต่ผู้บริหารคนดังกล่าวไม่อยู่ โดยให้ทนายรับหน้าแทน จากนั้นก็ผัดผ่อนเรื่อยมา
ทั้งนี้ นายธนากร กล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยังที่สหกรณ์ดังกล่าว แต่ผู้บริหารระดับสูงไม่อยู่มีเพียงทนายและเจ้าหน้าที่อีกคน โดยเจ้าหน้าที่พยายามประนีประนอม ส่วนทนายความของผู้บริหารคนดังกล่าวกลับท้าทายให้ตนไปแจ้งความ หรือไปร้องสื่อมวลชนได้เลย
นายธนากร กล่าวต่ออีกว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ทำให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ตนทราบมาอีกด้วยว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้ออกตั๋วลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งหลังจากแจ้งความเสร็จแล้วจะไปร้องเรียนกรมส่งเสริมสหกรณ์ และดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ไปที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าผู้บริหารคนดังกล่าวติดประชุมอยู่ พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงกับสื่อ โดยบอกเพียงว่าถ้าหากเป็นพนักงานสอบสวนก็พร้อมจะนำหลักฐานไปให้ดูถึงกองปราบปราม ก่อนจะรีบวางสายไปทันที







