posttoday
ชงรัฐผุดเจ้าพระยา2-ปาสัก2แก้น้ำท่วมกรุงเก่า

ชงรัฐผุดเจ้าพระยา2-ปาสัก2แก้น้ำท่วมกรุงเก่า

12 พฤศจิกายน 2553

ท้องถิ่นกรุงเก่าระดมแนวคิดเตรียมเสนอรัฐบาลสร้างเขื่อนเจ้าพระยา 2 และป่าสัก 2 แก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน

ท้องถิ่นกรุงเก่าระดมแนวคิดเตรียมเสนอรัฐบาลสร้างเขื่อนเจ้าพระยา 2 และป่าสัก 2 แก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน

 

ชงรัฐผุดเจ้าพระยา2-ปาสัก2แก้น้ำท่วมกรุงเก่า

นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา , นายชาตรี อยู่ประเสริฐ รองนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา , ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่แจกสิ่งของบรรเทาทุกข์จำนวน 9,000 ชุด แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งระหว่างการแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์มีการปราศรัยรับฟังความเกิดเห็นของประชาชนกรณีความต้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยชาวบ้านสุดที่จะแบกรับภาระน้ำเหนือหลากจำนวนมากแล้วพร้อมกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินโครงการใด ๆก็ได้เพื่อให้บรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนและพื้นที่การเกษตรในเขตภาคกลางโดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ต้องแบกรับน้ำเหนือหลากอย่างหนัก
 
นายชาตรี กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับภาระในการรับน้ำของภาคกลางแน่ชัดว่าการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ไขปัญหานั้นทำไม่ได้แน่นอนเพราะติดขัดที่เรื่องสภาพภูมิประเทศ โดยแนวทางที่ควรทำคือการขุดแม่น้ำสายตรง คือแม่น้ำเจ้าพระยา 2 และแม่น้ำป่าสัก 2 เพื่อเป็นช่องทางลำเลียงน้ำเหนือหลากลงทะเลโดยเร็วที่สุดและเป็นการเพิ่มช่องทางลำเลี้ยงน้ำลงทะเล
 
ด้านว่าที่ ร.ต.สมทรง  กล่าวว่า หากจะขุดเสนอว่าควรตั้งต้นแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ที่เขต จ.สิงห์บุรี หรือจ.ชัยนาท หรือขุดผ่านต่อมายัง จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา และผ่านอีกหลายจังหวัดไปลงอ่างไทย ไม่ใช่มาขุดเริ่มต้นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะหากเริ่มต้นที่ อ.บางไทร ก็เป็นปลายน้ำแล้ว ดังนั้นรัฐบาลควรเริ่มต้นที่ช่วงต้นน้ำจึงจะถูกต้องและเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดซึ่งแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ต้องช่วยบรรเทาน้ำท่วมทั้งภาคกลางมิใช่บรรเทาน้ำท่วมเฉพาะกรุงเทพมหานครเท่านั้น
 
ส่วนแม่น้ำป่าสัก 2 ก็ควรเริ่มต้นที่ จ.สระบุรี หรือ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นช่วงต้นน้ำเช่นกัน  จากนั้นขุดผ่าน จ.พรนะนครศรีอยุธยาและขุดต่อไปออกอ่าวไทยหรือตามความเหมาะสม   หากขุดแม่น้ำสาย 2 ที่ช่วงต้นแม่น้ำ ก็จะสามารถบรรเทาน้ำที่ไหลมารวมในเขต จ.พระนครศรีอยุธยาลงได้แน่นอน
 
สำหรับโครงการแก้มลิงบางบาลที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการพระราชดำริ (กปร.)ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าดำเนินการโครงการแก้มลิงบางบาลใช้พื้นที่ประมาณ 27,000 ไร่ ในเขตทุ่งนาตำบลน้ำเต้า ทางช้าง บ้านขวางและตำบลวัดตะกู ของ อ.บางบาลเป็นพื้นที่รองรับน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการปรับพื้นที่และทำความเข้าใจกับชาวบ้านนั้นพบว่าในปีนี้ก็มีการเริ่มผลกดันน้ำเข้าในพื้นที่แล้วเช่นกัน
 
นางทองใบ สิทธิกูล ชาวบ้าน ต.บ้านขวาง กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบัน อายุ 75 ปี แล้วในชีวิตถูกน้ำท่วมใหญ่มากแบบนี้มาแล้วรวม 3 ครั้ง ๆ นี้เป็นครั้งที่ 3 และเป็นน้ำท่วมที่หนักสุดในชีวิต น้ำท่วมหนักเมื่อ 2 ครั้งก่อนได้แก้ปัญหาด้วยการยกพื้นบ้านหรือดีดบ้านให้สูงพ้นน้ำไปแล้ว 2 ครั้ง พอมาปีนี้น้ำท่วมสูงเกือบ 3 เมตร
 
นางทองใบ กล่าวอีกว่า น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้บ้านที่ดีดหนี้น้ำยังหนีน้ำปีนี้ไม่พ้นและบ้านถูกน้ำท่วมพื้นมิดจมน้ำยอมรับว่าเครียดที่สุดตอนนี้ไม่รู้เมื่อไรน้ำจะลดลงและยังกลัวงูพิษเลื้อยหนีน้ำเข้ามากัดทำร้าย เวลานอนต้องหาไม้ทับมุ้งไว้ให้มิดชิดเพื่อป้องกันงูพิษเลื้อยเข้ามาซุกนอนปัจจุบันถูกน้ำท่วมมานานกว่า 2 เดือน การออกไปซื้อของก็ยากต้องพายเรือไปไกลเกือบ 2 กิโลเมตร ต้องแก้ปัญหาโดยกักตุนอาหารซื้อไว้เป็นจำนวนมากให้อยู่ได้หลายวันและเชื่อว่าหากใช้พื้นที่ทุ่งนาแห่งนี้เป็นพื้นที่รับน้ำชาวบ้านเองคงจะต้องแบกรับน้ำท่วมหนักแบบนี้ทุกปีอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน