posttoday
ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ

12 พฤศจิกายน 2553

...อภิรักษ์ โกษะโยธิน

วิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้นับว่ารุนแรง เพราะได้ขยายวงและครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยจำนวนมาก รวมพื้นที่ 38 จังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังได้ขยายวงไปยังพื้นที่ภาคใต้ 12 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนกว่าล้านครัวเรือน และที่สำคัญส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างมาก

แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เริ่มคลี่คลาย เช่น พื้นที่ภาคกลางที่มีน้ำท่วมขังมาเป็นเวลานาน หลังจากนี้กรมชลประทานสามารถเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลงได้ เพื่อลดผลกระทบประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

ในส่วนของพื้นที่ภาคอีสาน จังหวัดที่ได้รับผลกระทบบริเวณลุ่มแม่น้ำชีและมูลที่มวลน้ำสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลุ่มแม่น้ำมูล

ทั้งนี้ ทางรัฐบาลได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการเข้าไปเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย และมีมาตรการที่ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการสำรวจครัวเรือนที่ประสบอุทกภัย 6.3 แสนครัวเรือน ที่บ้านเรือนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทรัพย์สินเสียหาย หรือน้ำท่วมขังเกิน 7 วัน ส่วนผู้ที่ไม่มีทะเบียนบ้าน หรือเป็นบ้านเช่าก็ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน นอกจากนี้จะมีมาตรการในการชดเชยเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจนทำให้เกิดความเสียหายในนาข้าว พืชไร่ พืชสวน ประมง และปศุสัตว์ ในอัตรา 55% ของต้นทุนการผลิต

สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง แม้วันนี้ปริมาณน้ำจะลดลงเร็ว โดยเฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่ยังต้องมีการซ่อมแซมบ้านเรือน หรือการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจรวมจังหวัดต่างๆ ไล่ตั้งแต่ จ.ชุมพร ลงไป

ทางรัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายในการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยใน 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี นครราชสีมา ชัยภูมิ สุพรรณบุรี และปราจีนบุรี ซึ่งได้ประสานเตรียมการกับทางจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) องค์กรเอกชน เครือข่ายภาคประชาชน และเหล่าทัพเข้าสำรวจพื้นที่เสียหาย

ทั้งนี้ ได้ประสานกับมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก เพื่อเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูอาชีพประชาชน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อหาตลาดให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยมาเป็นเวลานานให้มีอาชีพทางเลือกนอกเหนือจากเกษตรกรรมที่ต้องรอประเมินความเสียหายและปลูกใหม่ทดแทนหลังน้ำลด

นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายองค์กรภาคเอกชนทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย รวมถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่รวมตัวกันด้านกิจการเพื่อสังคม รวมทั้งเครือข่ายขององค์กรวิชาชีพ คือวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สถาปนิกสยามฯ และเครือข่ายภาคประชาชน สสส. ในการร่วมการฟื้นฟูในครั้งนี้

สิ่งสำคัญคือ เป้าหมายที่จะใช้วิกฤตครั้งนี้ในการดึงพลังของคนไทยทุกคน จากน้ำใจคนไทยที่บริจาคเงินหรือข้าวของไปช่วยผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ น่าจะใช้เป็นโอกาสดึงความรักความสามัคคีของประชาชนให้ร่วมกันฟื้นฟู และสิ่งที่มีความสำคัญมากคือ การฟื้นฟูสภาพจิตใจพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวร่วมกับประชาชน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เช่น การบริหารจัดการน้ำ การดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน หรือการสำรวจจัดทำแหล่งกักเก็บน้ำ หรือแก้มลิงชุมชนไว้ใช้ในฤดูแล้ง การแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำไหล และการวางผังเมือง ซึ่งได้ประสานงานกับสำนักงานประสาน งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันทำงานต่อไป

แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ จะได้เห็นคนไทยจะได้ใช้วิกฤตครั้งนี้ร่วมแรงร่วมใจฟื้นฟูประเทศไทยร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี